รีวิวหนังเรื่อง โคตรใหญ่ฟัดเหล็ก

โคตรใหญ่ฟัดเหล็ก

เนื้อเรื่องย่อ

เนื้อเรื่องของ Bleeding Steel ก็จะเหมือนเอาพลอตหนังไซไฟฮอลลีวูดมาผสมกับหนังดราม่าครอบครัว โดยเฉินหลงรับบทเจ้าหน้าที่ ลินตง ที่ต้องใช้ชีวิตในซิตนีย์เพื่อปกป้อง แนนซี่ หรือ ซีซี ลูกสาวของเขาที่ฟื้นจากความตายหลังได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายหัวใจจักรกลจากฝีมือของนักวิทยาศาสตร์แต่เขาจำเป็นต้องปกปิดตัวตนเพื่อให้รอดพ้นจาก อังเดร อดีตหนูทดลองที่กลายเป็นปีศาจหัวใจจักรกลสังหารที่ต้องการจับตัวแนนซี หวังใช้เลือดรักษาร่างกายและแก้แค้น ลินตง ที่ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องปลอดเชื้อหลังการปะทะกันเมื่อ 30 ปีก่อน โดยมี ลีสัน หัวขโมยหนุ่มที่มุ่งตามหาสมบัติของครอบครัวมาร่วมในเกมไล่ล่าครั้งนี้ด้วย

เมื่อดูจากเนื้อเรื่อง Bleeding Steelแล้วรู้สึกคุ้นๆก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะมันแทบเอาพลอตหนังไซไฟฝรั่งดังๆอย่าง Universal Soldier (1992) หรือกระทั่งหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลอย่าง Iron Man (2008) ผสมกับอารมณ์หนังสายลับอย่าง Mission Impossible (1996) มายำๆรวมๆกันแล้วใส่ดราม่าพ่อลูกที่กลายเป็นสัญลักษณ์ในหนังเฉินหลงยุคหลังๆเพื่อเป็นการไถ่บาปที่เขาเคยทอดทิ้ง เจซี ชาน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้เผชิญปัญหายาเสพย์ติดเพียงลำพัง ดังนั้นหากคนดูจะแสวงหาความแปลกใหม่คงต้องบอกว่าการดู Bleeding Steel น่าจะให้อารมณ์ เอ๊ะ คุ้นๆว่าเคยดูหนังเรื่องไหนมาได้ตลอดเวลามากกว่า

ซึ่งใครคุ้นเคยหนังฮ่องกงยุค 90 จะรู้ว่ามีหนังฮ่องกงแนวๆนี้ในอดีตหลายเรื่องที่อาศัยพลอตไซไฟล้ำๆเพียงเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ในการนำเสนอฉากบู๊แบบกังฟู สำหรับBleeding Steel ก็เช่นกัน เรียกได้ง่ายๆว่าทิ้งความสมเหตุสมผลทางวิทยาศาสตร์ไปเลย การนำ แมคกัฟฟิน (สตีเวน สปีลเบิร์กกับจอร์จ ลูคัส ใช้เรียกวัตถุที่ทำให้เกิดเรื่องสำหรับหนังชุด Indiana Jones) หรือ วัตถุกระตุ้นเรื่องอย่าง หัวใจจักรกล มาก็เพียงเพื่อเป็นเหตุผลที่อยู่ดีๆตัวเอกก็เก่งขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผลเท่านั้น ซึ่งด้วยความที่มันยึดตำราหนังบู๊ฮ่องกงยุค 90 นี้ เลยทำให้เราเห็นความไม่สมเหตุสมผลประปรายอยู่ตลอดเรื่อง เรียกได้ว่า ฉากทดลองล้ำๆหรือฉากยิงกันนี่ไม่ได้สำคัญเท่าฉากต่อยเตะ รวมถึง CGที่หนังก็ไม่ได้เน้นสมจริงเว่อวังอะไรแถมบางจุดยังทำให้นึกถึงหนังโจวซิงฉืออย่าง คนไม่ธรรมดายืดได้หดได้อีกต่างหาก

แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าความเสื่อมถอยของสังขารเฉินหลงที่เล่นฉากผาดโผนเสี่ยงตายไม่ได้เหมือนก่อนก็ส่งผลต่อความดุดันของฉากแอ็คชั่นในเรื่องอยู่พอสมควร เพราะหากจำกันได้ในบรรดาหนังฮ่องกงที่เฉินหลงเคยเล่นเรามักจะได้ดูฉากต่อยเตะที่ถ่ายแบบลองเทคให้เห็นความต่อเนื่องแม้แต่การเปลี่ยนมุมกล้องก็ทำให้เห็นความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวที่ต้องอาศัยความแข็งแรงจากร่างกายนักแสดง แต่สำหรับ Bleeding Steel เราจะเห็นได้เลยว่าหนังต้องอาศัยการตัดต่อเหตุการณ์มีภาพ อินเสิร์ต (Insert) แทรกเหตุการณ์เพื่อตัดฉากแอ็คชั่นให้สั้นลงและเน้นฉากระเบิดตูมตามและฉากที่ถ่ายกับผ้าใบบลูสกรีนเพื่อทำ CG ทีหลังมากกว่า จนภาพรวมของฉากแอ็คชั่นอาจไม่สะใจคอหนังบู๊ฮ่องกงที่หวังเห็นฉากต่อสู้ต่อยเตะโหดๆหรือฉากเสี่ยงตายแสนเร้าใจเหมือนเดิมนัก ขนาดฉากโรยตัวจากโอเปร่า เฮาส์ ที่ซิตนีย์ยังดูไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าใดนักเลย

นอกจากเฉินหลงแล้ว ยังมีนักแสดงดาวรุ่งอย่าง โชว์ ลัว ในบท ลีสัน ที่ส่องประกายสเน่ห์เล่นได้ทั้งบทบู๊และบทตลกคู่กับเฉินหลงได้อย่างไม่เคอะเขินและดูท่าว่าทั้งผู้กำกับและเฉินหลงก็ดูจะดันพ่อหนุ่มคนนี้อยู่ไม่น้อยด้วยการให้บท ลีสัน เป็นโจรหนุ่มสุดแสบที่มักพาตัวเองไปเจอเหตุการณ์กระอักกระอ่วนอยู่เสมอ ขอแนะนำให้ดูการปลอมตัวครั้งแรกของเขาแล้วจะเห็นความทุ่มเทในฐานะนักแสดงของ โชว์ ลัว เลยทีเดียว ส่วน นานะ  อู หยาง ในบท แนนซี ก็น่าจะทำให้หนุ่มๆเพ้อได้ไม่ยากด้วยใบหน้าสวยๆหมวยๆและบทบาทแบบสาวแสบแถมยังเล่นดราม่าได้ดีอีกต่างหาก  เรียกได้ว่าหากมีผลงานต่อเนื่องก็น่าจะเตรียมแจ้งเกิดได้เลย ส่วน เอริกา เซียหู ที่มารับบทผู้ช่วยเฉินหลงก็มาในลุคผมสั้นสวยเปรี้ยวและรับบทตำรวจได้อย่างน่าเชื่อถือเช่นกัน เรียกได้ว่างานนี้เหมือนเฉินหลงต้องการให้ Bleeding Steel เป็นเวทีแจ้งเกิดกับนักแสดงรุ่นใหม่มากกว่าเป็นเวทีโชว์ผลงานตัวเองก็ว่าได้

ท้ายสุดแล้ว Bleeding Steel ก็ยังถือเป็นความบันเทิงที่เหมาะกับคอหนังที่อยากผ่อนคลายสมองไม่ต้องการคิดอะไรมาก ไม่สนเหตุผลในการดำเนินเรื่องและไม่สนความสมจริงของเอฟเฟกต์ซีจีใดๆ รวมถึงแฟนของเฮียเฉินหลงที่เชื่อว่าแค่ได้เห็นหน้าก็คงหายคิดถึง และทางไฟว์สตาร์ยังเพิ่มความฮาด้วยเสียงพากย์พันธมิตรที่คราวนี้นอกบทกันแบบทั้งฉากแต่ฮาใจขาดดิ้นจริงๆ

รีวิวหนังเรื่อง แก้วหน้าม้า

แก้วหน้าม้า

 เนื้อเรื่องย่อ

เรื่องราวของนางแก้วมณีอดีตนางฟ้าบนสวรรค์ที่ถูกสาปให้มาเกิดเป็นหญิงสาวชาวบ้านที่มีใบหน้าเป็นม้า วันหนึ่งพระปิ่นทองพระโอรสของท้าวภูวดลแห่งเมืองมิถิลาได้ออกมาเล่นว่าวด้านนอกพระราชวัง ว่าวพระปิ่นทองเกิดสายป่านขาดลอยไปตกที่ทุ่งนา นางแก้วมณีเห็นจึง เก็บกลับไปไว้ที่บ้าน เมื่อพระปิ่นทองมาขอว่าวคืนนางแก้วได้ขอให้พระปิ่นทองรับตนเองไปเป็นพระมเหสี ด้วยความอยากได้ว่าวคืนพระปิ่นทองจึงตกปากรับคำไปส่งเดช จนในที่สุดนางแก้วมณีก็ได้เข้าไปอยู่ในวังแต่ก็ต้องถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา โดยท้าวภูวดลให้นางแก้วมณีไปตัดเขาพระสุเมรุ ระหว่างทางก็ได้พระฤๅษีช่วยและพระฤๅษีนี้เองเป็นผู้ที่ถอดหน้าม้าและมอบเรือเหาะกับมีดโต้วิเศษไว้ให้ เมื่อได้เขาพระสุเมรุกลับมาท้าวภูวดลสั่งให้พระปิ่นทองเดินทางไปยังเมืองโรมวิถีเพื่ออภิเษกกับเจ้าหญิงทัศมาลี และพระปิ่นทองยังยื่นคำขาดว่าหากกลับมา นางแก้วมณียังไม่มีลูกกับพระองค์ก็จะให้นำตัวไปประหารเสีย

นางแก้วมณีจึงนั่งเรือเหาะไปขออาศัยอยู่ที่กระท่อมกับสองตายายในป่าชานเมืองโรมวิถี พร้อมกับถอดรูปม้าออกกลายเป็นหญิงสาวแสนสวยชื่อมณีรัตนา จนในที่สุดพระปิ่นทองก็ตกหลุมรักและอยู่กินด้วยกันช่วงหนึ่งจนมณีรัตนาท้อง พระปิ่นทองจึงมอบแหวนประจำพระองค์ไว้ให้ก่อนจากกัน ระหว่างทางพระปิ่นทองได้สู้กับยักษ์ชื่อท้าวพาลราช ฝ่ายแก้วมณีเมื่อทราบความจากพระฤๅษีก็แปลงกายเป็นชายชื่อเจ้าแก้วนั่งเรือเหาะมาช่วยเหลือจนชนะและยกสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดาพระธิดาของ ท้าวพาลราชให้เป็นเมียของพระปิ่นทอง และเจ้าแก้วก็แปลงร่างกลับเป็นนางแก้วมณีอุ้มลูกคือ พระปิ่นแก้วมาดักพระปิ่นทองที่เมือง พระปิ่นทองปฏิเสธแต่ก็จำนนด้วยหลักฐานคือแหวนประจำพระองค์พระปิ่นทองจึงไล่แก้วหน้าม้าและลูกให้ไปอยู่ท้ายวัง หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดศึกท้าวประกายมาศพญายักษ์มาตีเมืองมิถิลา

สร้อยสุวรรณ จันทร์สุดาจึงออกอุบายให้ท้าวภูวดลมาขอร้องนางแก้วมณีให้ไปช่วย แก้วหน้าม้าจึงแปลงกายเป็นเจ้าแก้วออกรบจนชนะ พระปิ่นทองจึงรู้ความจริงและงอนง้อขอคืนดีกับแก้วหน้าม้า ภายหลังจากที่มิถิลาสงบสุขอยู่ได้ 15 ปีนางทัศมาลีกับพระโอรสปิ่นศิลป์ไชยร่วมกันใช้มนต์เสน่ห์หลอกล่อ ให้พระปิ่นทองกลับไปอยู่ด้วย นางแก้วมณีและปิ่นแก้วจึงตามไปช่วยจนสำเร็จ พระปิ่นทองสั่งประหารนางทัศมาลีและปิ่นศิลป์ไชยแต่ปิ่นแก้วขอชีวิตไว้ นางทัศมาลีและปิ่นศิลป์ไชยจึงสำนึกผิดและกลับตัวเป็นคนดี ปิ่นแก้วจึงพาตัวปิ่นศิลป์ไชยกลับเมืองมิถิลา ระหว่างทางปิ่นศิลป์ไชยถูกนางยักษ์มณีฉายจับทำผัว ฝ่ายปิ่นแก้วเห็นน้องหาย จึงสวมรูปม้าออกตามหาไปจนถึงเมืองการะเกด เจ้าหญิงดารารัศมีเกิดสงสารจึงถอดแหวนแล้วมอบให้

ฝ่ายพระขนิษฐารัชนีเห็นดังนั้นจึงทูลฟ้องท้าวอุทัตเสด็จพ่อ ท้าวอุทัตจึงไล่นางดารารัศมีให้ไปอยู่กับชายหน้าม้าที่ปลายนา พระปิ่นแก้วคิดแก้แค้นจึงถอดรูปม้าไปลักลอบได้เสียกับเจ้าหญิงรัชนี โดยก่อนจากพระปิ่นแก้วได้มอบชายผ้าไว้ให้ ท้าวอุทัตทราบความจึงประกาศว่าผู้ใดเป็นเจ้าของชายผ้าจะยกพระธิดาให้ จึงเกิดการแย่งชิงของเจ้าต่างเมืองมากมายกลายเป็นศึกใหญ่ พระปิ่นแก้วจึงออกมาช่วยระงับศึกและได้ครองเมืองการะเกด ฝ่ายพระปิ่นศิลป์ไชยหลบหนีจากนางยักษ์มณีฉายด้วยการช่วยเหลือของเทพารักษ์โดยการมอบแหวนที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นชายแก่ให้ ระหว่างหลบหนีไปถึงเมืองจักรวรรดิก็ได้ช่วยชาวเมืองยกเสาที่ล้มอยู่กลับคืนที่เดิม ฝ่ายเจ้าเมืองคือท้าวทรงบดินทร์จำต้องยกเจ้าหญิงทิพวันให้ตามที่เคยลั่นวาจา ฝ่ายเจ้าหญิงทิพวันเมื่อรู้ความจริงว่าชายแก่คือ พระปิ่นศิลป์ไชยก็หลงรักและพากันกลับเมืองมิถิลา

รีวิวหนังเรื่อง ATM เออรัก เออเร่อ

ATM เออรัก เออเร่อ

เนื้อเรื่องย่อ

ATM เออรัก เออเร่อ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติกคอมเมดี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555 กำกับโดย เมษ ธราธร ผลิตโดยจอกว้างฟิล์ม และจัดจำหน่ายโดยจีทีเอช ATM เออรัก เออเร่อ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำรายได้รวม 152.5 ล้านบาท เป็นอันดับ 7 ของภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้ตลอดกาล จากเวลาเข้าฉาย 4 สัปดาห์ 4 วัน ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 มีละครซีรีส์ที่ดำเนินเนื้อเรื่องต่อจากภาพยนตร์เรื่องนี้ในชื่อเรื่อง ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก ออกอากาศในช่อง จีทีเอชออนแอร์

ATM เออรัก เออเร่อ เล่าเรื่อง ธนาคารเจเอ็นบีซี สัญชาติญี่ปุ่นที่เปิดสาขาในประเทศไทย มีกฎเหล็กตั้งเอาไว้ว่า ห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เพราะผลจากการวิจัยพบว่าคู่รักที่ทำงานที่เดียวกันมีแนวโน้มที่จะร่วมมือกันทุจริตได้มากกว่า แต่ภายใต้กฎเหล็กที่แน่นหนาก็ยังมีพนักงานที่แอบคบกันอย่างลับๆ เมื่อความลับไม่มีในโลก เรื่องเกิดแดงขึ้นมาแถมยังมีหลักฐานมัดตัวอย่างแน่นหนา ทำให้ จิ๊บ หัวหน้าแผนกเอทีเอ็ม ต้องเรียกพนักงานคู่รักในแผนกมาสอบสวน ซึ่งผลลงโทษก็คือต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกไล่ออก

ในขณะที่ตัดสินเรื่องที่พนักงานแอบเป็นแฟนกัน ทำให้จิ๊บรู้สึกผิดและอึดอัดลำบากใจไม่น้อย เพราะตัวเองก็แอบคบกับ เสือ พนักงานหนุ่มในแผนก ใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ โดยที่ไม่มีใครระแคะระคายมาได้ 3 ปีแล้ว เมื่อต้องอยู่สภาวะที่กดดันกลัวจะถูกจับได้ จิ๊บเลยเอ่ยปากบอกเลิกเสือเพื่อยุติปัญหา แต่เสือกลับชิงหาทางออกด้วยการขอจิ๊บแต่งงาน พร้อมกับลงมือเตรียมพิธีรีตองเสร็จสรรพ แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นอีกเพราะต่างคนก็ต่างคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมลาออก ด้านจิ๊บให้เหตุผลที่ไม่ยอมลาออกว่าตำแหน่งงานที่สูงกว่าของเสือ ส่วนเสือเองก็ไม่ยอมที่จะให้ผู้หญิงมาหาเลี้ยงตัวเอง ทั้งคู่เถียงกันพักใหญ่เพื่อหาข้อสรุปว่าใครกันที่สมควรลาออก และเมื่อหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งคู่เลยต้องเผชิญหน้าแบบสงครามจิตวิทยากดดันซึ่งกันและกันแทน

จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ตู้เอทีเอ็มที่เพิ่งจะลงโปรแกรมใหม่เกิดผิดพลาดจ่ายเงินเกินเป็น 2 เท่าของจำนวนเงินที่กด ทำให้ธนาคารต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากกับผู้ใช้บริการ จิ๊บได้รับมอบหมายจากหัวหน้าฝ่ายให้ไปตามหาคนที่กดเงินเกินไปกลับคืนมาให้ได้ โดย โหย่ว พนักงานฝึกงาน ลูกชายของหัวหน้าฝ่ายจะตามไปกับจิ๊บด้วย เมื่อเสือรู้เข้าก็ไม่ยอมที่จะให้แฟนตัวเองไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นแบบสองต่อสอง และคิดว่าการไปตามหาคนที่กดเงินเกินไปไม่ใช่เรื่องยากก็เลยจะไปทำงานนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็เข้าทางจิ๊บพอดี ทำให้เกิดการท้าทายกันว่าถ้าใครตามเงินคืนกลับมาได้จะเป็นผู้ชนะ ส่วนอีกฝ่ายที่เป็นผู้แพ้จะต้องลาออก งานนี้เลยทำให้คู่รักกลายเป็นคู่แข่งที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมกัน งัดทุกวิธีเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้

 

รีวิวหนังเรื่อง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

เนื้อเรื่องย่อ

ในคืนวันแต่งงานของ เป็ด (ปาณิสรา อารยะสกุล) ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ เหมยลี่ หรือ ลี่ (คริส หอวัง) เพื่อนสนิทของเป็ด ซึ่งเมาหัวราน้ำก็นอนหลับในห้องของเป็ด หลังจากที่ตื่นและเริ่มสร่างเมาแล้วจึงขับรถกลับบ้าน แต่ก็ขับรถไถข้างทางจนกระจกข้างรถกระเด็นออกไป และได้พบกับ ลุง (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) ผู้เข้ามาช่วยดูเครื่องยนต์รถที่สตาร์ตไม่ติดให้ เมื่อลี่ถึงบ้านในตอนเช้า พ่อแม่และอาม่าก็มาต่อว่าถึงหน้าบ้านและพ่อยังไม่ให้ขับรถไปทำงานอีก ทำให้ลี่ต้องมาทำงานโดยการขนส่งมวลชนแทน

คืนหนึ่งลี่ตื่นขึ้นมากลางดึกและแอบขึ้นไปกินเบียร์บนดาดฟ้า ลี่บังเอิญพบกับเพื่อนร่วมกัน ซึ่งแนะนำให้เธอรู้จักลุง หลังจากนั้นลี่ก็ได้พบกับลุงอีกครั้งบนสถานีรถไฟฟ้า ครั้งนี้ลี่ทำแว่นตาเรย์แบนของลุงหล่นไปจนพัง ลี่ได้ปรึกษารุ่นน้องแถวบ้านที่ชื่อ เพลิน (อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) โดยแนะนำให้เขียนเบอร์โทรศัพท์ให้ ลี่จึงได้ซื้อแว่นตาและได้เขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้บนกล่องและหาโอกาสให้แว่นตาใหม่ แต่ลุงก็ไม่โทรมาหา ลี่และเพลินมาดักรอที่ร้านวิดีโอที่คาดว่าลุงจะมา จนได้เจอลุงอีกครั้ง แต่เพลินสามารถหาวิธีเอาเบอร์โทรศัพท์ของลุงมาได้แต่ไม่ให้ลี่ ในเวลาต่อมาเพลินได้มาเป็นพนักงานร้านวิดีโอที่ลุงเช่า ลี่แก้เผ็ดเพลินโดยใช้โทรศัพท์ของเพลินส่งข้อความไปหากิ๊กของเพลินให้มาพบกันทั้ง 3 คน จนเกิดทะเลาะวิวาทกัน ลุงได้เข้ามาในร้านพอดีและถือแล็ปท็อปมาด้วยก็เกิดทำตกลงพื้น

ด้วยความสำนึกผิด ลี่จึงอาสาเอาแล็ปท็อปของลุงให้สามีของเป็ดซ่อม แต่ก็ซ่อมไม่ได้ จึงเอามาคืนที่สำนักงานรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งนี้เธอตั้งใจจะฝากข้อความกับผู้รักษาความปลอดภัย แต่ก็หลับไปก่อน เมื่อลุงเลิกงานก็กลับบ้านพร้อมกับลี่ด้วยรถไฟฟ้า แต่กระเป๋าที่ใช้มาตั้งแต่ยังเรียนก็เกิดพังขึ้นมาจึงจะนำไปทิ้งลงถังขยะ แล้วลี่ก็เก็บกระเป๋าของลุงเอาไว้ ในนั้นพบของหลายอย่าง รวมถึงฟิล์มถ่ายรูป ลี่จึงนำฟิล์มไปล้างพบภาพลุงกับนักแสดงสาว กบ กวิตา (ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) ในละครโทรทัศน์เรื่อง “น้ำตากามเทพ” แต่แล้วภาพก็หลุดไปทางอินเทอร์เน็ตจนเป็นข่าวใหญ่โตทางหน้าหนังสือพิมพ์

ลี่ได้พบลุงอีกครั้งบนรถไฟฟ้าในขณะที่เขายังนอนหลับอยู่ ลี่ได้บอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องข่าวว่าภาพอาจจะหลุดมาจากฝีมือของเธอ แต่ลุงก็ไม่ถือสาอะไร ลุงได้เล่าว่านักแสดงสาว กบ เป็นแฟนเก่าและเลิกกันเพราะเวลาไม่ตรงกัน จากนั้นพอถึงสถานีเอกมัย ลี่ชวนลุงมาดูดาวที่ท้องฟ้าจำลอง และเดินมาดูนิทรรศการเกี่ยวกับดาวหางแมกไบรท์ที่จะโคจรมาถึงโลก ลี่ชวนลุงดูดาวหาง หลังจากนั้นไม่นานก่อนสงกรานต์ ลุงชวนลี่มาเล่นสงกรานต์กัน แต่ลี่ซึ่งตกลงกับทางบ้านว่าจะไปประเทศจีนในช่วงวันนั้นพอดี ก็แก้ตัวว่าลืมหนังสือเดินทางอยู่ที่บ้าน เธอจึงไม่ได้ไปประเทศจีนกับครอบครัว

ในช่วงสงกรานต์ ที่ทั้ง 2 นัดกัน เพลินก็เข้ามามีส่วนร่วมตามไปด้วย ลี่ไม่รู้สึกสนุกกับการเล่นเพราะมีก้างขวางคออยู่ ทั้ง 3 คนแยกทางกันจากรถสองแถว ลี่ก็ได้รู้จักบ้านลุงที่เป็นเกสต์เฮาส์อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลี่กลับบ้านมาเปลี่ยนชุด หลังจากนั้นไปเที่ยวกันตอนดึก ทั้ง 2 เที่ยวกันในสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ลุงชวนลี่ไปในกิจกรรมวันครอบครัวของรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่สามารถชวนครอบครัว คนรู้จักเข้าไปในสถานีได้ ลุงถ่ายรูปแต่ก็แย่งกล้องถ่ายรูปกันอีกจนกล้องพัง

ในวันครอบครัว ก็ทำให้ลี่ได้รู้ว่าลุงจะไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนีในอีก 2 วัน ทำให้ลี่ถึงกับอึ้งไป ต่อมาลี่ก็มาที่บ้านลุงในสภาพข้าวของที่ถูกห่อหีบแล้ว ทั้งคู่เดินไปคุยที่สะพานสาทร ลี่ก็จากลากับลุงที่สะพาน โดยลี่บอกว่าขอแค่เป็นคนรู้จักกัน ในวันถัดมาซึ่งเป็นวันที่ลุงเดินทางไปประเทศเยอรมนีในตอนเช้า ลูกจ้างชายที่อยู่เกสต์เฮาส์ของลุงได้ฝากกล่องให้ลี่ ในนั้นมีกระจกข้างของรถลี่ในวันที่เจอกันวันแรก แว่นตาเรย์แบนที่ลี่ทำแตก ตั๋วเข้าท้องฟ้าจำลอง แล็ปท็อบที่ทำตกพัง และกล้องถ่ายรูปที่พัง แต่ในนั้นยังมีเมโมรีการ์ดอยู่ ลี่เปิดมาดูเห็นภาพที่ลุงแอบถ่ายลี่ในสภาพความเป็นธรรมชาติ ลี่น้ำตาไหลและรีบออกไปสนามบินสุวรรณภูมิแต่ก็สายเกินไป ลุงออกเดินทางไปแล้ว ในวันนั้นเองซึ่งเป็นวันที่ดาวหางแมกไบรท์ซึ่งโคจรเฉียดโลกมาพอดี ลุงซึ่งอยู่บนเครื่องบินดูดาวหางบนเครื่องบินในขณะที่ลี่ก็ดูดาวหางอยู่เช่นกัน

2 ปีถัดมา ลี่ทำงานกะกลางคืน ในขณะที่เดินทางไปทำงานลี่บังเอิญได้พบกับลุงอีกครั้งบนสถานีรถไฟ ลุงเปลี่ยนมาทำงานกะกลางวันและกลับมาประเทศไทยราว 2-3 เดือน ทั้งคู่ลงจากรถไฟฟ้ามาที่สถานีสยาม ซึ่งเป็นสถานีเปลี่ยนเส้นทางระหว่างสายสุขุมวิทและสายสีลม ลี่ลงบันไดมาชั้นล่างเพื่อเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่หันหลังกลับไปมองลุงเลย ลี่ต่อรถไฟฟ้าแต่แล้วรถไฟฟ้าเกิดขัดข้องไฟดับบนเส้นทาง คนในรถไฟฟ้าต่างโทรศัพท์หาแฟนหรือเพื่อน แต่แล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามาสายเข้าจากลุงบอกว่ารถไฟขัดข้อง ลุงก็ชวนลี่ไปเที่ยวสงกรานต์กัน ลี่ก็ตอบว่าว่าง จนเกือบจะร้องไห้ เมื่อไฟมาลุงก็อยู่ในรถไฟฟ้านั้นแล้ว แล้วบอกว่าให้บันทึกเบอร์ไว้

 

รีวิวหนังเรื่อง มู่หลาน

มู่หลาน

เนื้อเรื่องย่อ

ประเทศจีนสมัยศักดินา มีสตรีนาม ฮวา มู่หลานมีอุปนิสัยกล้าบ้าบิ่น ซึ่งขัดต่อใจของบิดามารดาที่หวังว่า วันหนึ่งบุตรสาวจะได้สามีดี ๆ และบีบให้บุตรสาวเข้าพบแม่สื่อเพื่ออบรมการเป็นแม่ศรีเรือน แต่มู่หลานก่อความวุ่นวายในขณะรินน้ำชาให้แม่สื่อจึงถูกด่าทอว่า เป็นความอดสูของวงศ์ตระกูล ขณะเดียวกัน ปู้ลี่ข่าน ซึ่งได้ความอนุเคราะห์จากแม่มดเซียนเหนียงนำกำลังเมืองข่านโหรวหรานรุกรานเข้ามาทางภาคเหนือ สมเด็จพระจักรพรรดิจึงทรงเรียกเกณฑ์ทหารไปรับศึก รับสั่งให้ทุกครอบครัวต้องส่งบุรุษอย่างน้อยหนึ่งคนเข้ากองทัพ เจ้าหน้าที่มาถึงหมู่บ้านของมู่หลานเพื่อเกณฑ์ชาย ฮวา โจวบิดาของมู่หลาน ซึ่งสูงวัยและสุขภาพย่ำแย่แล้ว จำต้องเข้ารับใช้บ้านเมืองเนื่องจากหาบุตรชายมิได้ มู่หลานเห็นว่าบิดาไปก็เป็นแต่ไปตาย จึงลักเกราะ ม้า และอาวุธของบิดาหลบหนีไปเข้ากองทัพแทนบิดา และได้เข้ารับการฝึกทหารของแม่ทัพต่ง โดยปลอมตนเป็นชายและใช้ชื่อว่า ฮวา จวิน

เมื่อกองทัพข่านรุกหน้ามาเรื่อย ๆ แม่ทัพต่งจำต้องยุติการฝึกและส่งกองกำลังออกไปรับหน้า ขณะออกศึกมู่หลานเผชิญหน้ากับแม่มดเซียนเหนียงผู้ทราบว่า แท้จริงแล้วมู่หลานเป็นหญิง และพยายามสังหารมู่หลาน แต่ไม่สำเร็จจึงหนีไป ส่วนมู่หลานได้กระทำให้หิมะถล่มเพื่อหยุดยั้งกองทัพข่าน แล้วขี่ม้ากลับค่ายไปช่วยนายทหารนาม เฉิน หงฮุย ทั้งสองได้ผูกมิตรภาพกัน แต่เนื่องจากทุกคนทราบแล้วว่า มู่หลานเป็นหญิง มู่หลานจึงได้รับคำสั่งให้กลับบ้านไปเสีย ระหว่างทาง มู่หลานพบแม่มดเซียนเหนียงอีก แม่มดเผยว่า ที่ช่วยเมืองข่าน เพราะฝังใจที่ถูกผู้คนรังเกียจที่เป็นแม่มด และซึ้งใจที่ข่านปฏิบัติกับตนอย่างเท่าเทียม ทั้งว่า การโจมตีที่ผ่านมาเป็นแต่แผนเบนความสนใจ เพราะแผนที่แท้จริงของข่าน คือ บุกเข้าเมืองหลวงไปปลงพระชนม์พระจักรพรรดิแก้แค้นที่ประหารบิดาข่านแต่ครั้งก่อน มู่หลานจึงกลับไปแจ้งแก่กองทัพ แม้การกลับไปอาจมีโทษถึงชีวิตก็ตาม อย่างไรก็ดี แม่ทัพต่งเชื่อถือมู่หลาน และยอมให้นางร่วมภารกิจช่วยเหลือจักรพรรดิ

ที่พระราชวัง ข่านท้าให้จักรพรรดิมาสู้กันตัวต่อตัว ขณะที่ทหารองครักษ์ถูกแม่มดกำจัดสิ้นแล้ว และกองทัพข่านก็เตรียมเผาจักรพรรดิทั้งเป็น เมื่อกองกำลังของมู่หลานมาถึง ก็เบนความสนใจของชาวเมืองข่านด้วยกลวิธีต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้มู่หลานบุกเข้าไปถวายอารักขา ข่านใช้เกาทัณฑ์ยิงมู่หลาน แต่แม่มดเกิดสงสาร จึงแปลงตนเป็นนกไปรับลูกศรแทนจนถึงแก่ความตาย มู่หลานได้รบกับข่าน ข่านทำลายกระบี่ประจำตระกูลของมู่หลาน แต่มู่หลานก็ทำลายชีวิตข่านได้สำเร็จ และไปปลดปล่อยจักรพรรดิจากพันธนาการ พระองค์ทรงเสนอให้นางเข้าเป็นราชองครักษ์ แต่นางทูลปฏิเสธและขอกลับคืนไปบ้านเดิม เมื่อมู่หลานถึงบ้านแล้ว จักรพรรดิทรงให้แม่ทัพต่งนำกระบี่เล่มใหม่มาประทานแก่มู่หลาน ส่วนแม่ทัพก็เสนอเป็นการส่วนตัวให้มู่หลานเข้าเป็นทหารองครักษ์

 

รีวิวหนังเรื่อง แฟนฉัน

แฟนฉัน

เนื้อเรื่องย่อ

ภาพแห่งอดีต จริงๆ แล้วมันไม่เคยจากไปไหน มันอาจจะซุกอยู่ที่ซอกหนึ่ง ในลิ้นชักความทรงจำ และอยู่อย่างนั้นมาตลอด จนความทรงจำใหม่ๆ เข้ามาทับ เข้ามาซ้อน ดันมันไปจนสุดลิ้นชัก แต่เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินเพลงอย่างนี้แว่วมา หรือเห็นรูปภาพสีเหลืองๆ แดงๆ เก่าๆ ความทรงจำในครั้งนั้น ก็เหมือนถูกมือซนๆ หยิบมันออกมาปลุกให้กลับมามีชีวิต… อีกครั้งหนึ่ง

เรื่องราวในวัยเด็กของ “เจี๊ยบ” ที่มีเพื่อนสนิทคือ “น้อยหน่า” เด็กหญิงข้างบ้าน ที่เป็นเพื่อนเล่นมาด้วยกันตลอด แต่เด็กชายก็อยากมีเพื่อนๆ ผู้ชาย และเล่นตามประสาเด็กชายบ้าง ทำให้เขาหันไปเข้ากับกลุ่มเด็กชายจอมซ่า ที่มี “แจ๊ค” เป็นหัวโจก ทว่าการเข้ากับกลุ่มของแจ๊ค กลับทำให้น้อยหน่าเพื่อนรักต้องเสียใจ และยังทำให้เจี๊ยบพลั้งพลาดทำร้ายจิตใจของน้อยหน่าโดยไม่ตั้งใจ กว่าเจี๊ยบจะรู้ตัวว่าทำให้น้อยหน่าเสียใจ เธอก็ย้ายบ้านไปเสียก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากคำว่าขอโทษออกมา

หลังจากย้ายบ้านไปเป็นเวลานาน เจี๊ยบได้กลับมาอีกครั้งเพื่อร่วมงานแต่งงาน ของ น้อยหน่า ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเลือนราง แต่เมื่อหลับตาลง ความทรงจำต่างๆ กลับค่อยๆ แจ่มชัดเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เจี๊ยบกับน้อยหน่า บ้านของทั้งสองอยู่ติดกันจึงเป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก เหตุนี้ทำให้เจี๊ยบติดสอยห้อยตามน้อยหน่า และคลุกตัวอยู่กับเพื่อนผู้หญิง จนทำให้แก๊งเพื่อนผู้ชายยั่วเย้าให้หัวเสียอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อเริ่มโต เจี๊ยบก็เริ่มอยากเที่ยวเล่นแบบเด็กผู้ชาย จึงพยายามพิสูจน์ตัวเองแม้จะทำให้น้อยหน่าเสียใจก็ยอม เจี๊ยบเพียรมาด้อมๆ มองๆ บ้าน น้อยหน่าเพื่อหาโอกาสกล่าวคำขอโทษ กระทั่งยอมมาตัดผมกับพ่อน้อยหน่าที่บ้านก็ยอม แต่จนแล้วจนรอด เจี๊ยบก็ยังไม่ได้ขอโทษสักที จนถึงวันที่น้อยหน่าต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่จังหวัดอื่น

หนังเรื่อง แฟนฉัน จะเล่าถึง เพื่อนในวัยเด็กของเจี๊ยบที่มีเพื่อนสนิทเป็นเด็กผู้หญิงที่ชื่อน้อยหน่า ที่ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน และพ่อของทั้ง 2 คนก็เปิดร้านตัดผมเหมือนกัน แต่ทั้งคู่กับไม่ถูกกันซะงั้น เจี๊ยบกับน้อยหน่าสนิทกันมากและมักจะเล่นด้วยกัน จนวันหนึ่งเจี๊ยบอยากเข้ากลุ่มกับเด็กผู้ชาย ซึ่งมีหัวโจกชื่อ แจ๊ค ซึ่งแจ๊คมีคู่แค้นชื่อ น้อยหน่า แจ๊คบอกกับเจี๊ยบว่า ถ้าอยากเข้ากลุ่มต้องไปแกล้งน้อยหน่าให้แจ๊คเห็น เพื่อแสดงความเป็นลูกผู้ชาย เจี๊ยบไปแกล้งน้อยหน่าจนน้อยหน่าร้องไห้ จนกระทั่งน้อยหน่าโกรธหรือเกลียดไปเลย จนหลังจากนั้นน้อยหน้าได้ย้ายบ้านไปอีกจังหวัดหนึ่ง เจี๊ยบตามไปเพื่อจะไปขอโทษแต่ก็ไม่ทันซะแล้ว จนเจี๊ยบโตขึ้น เขาได้รับการ์ดแต่งงานจากเพื่อนในวัยเด็กที่ ชื่อน้อยหน่า และเจี๊ยบแปลกใจว่าถ้าเขาและน้อยหน่าเจอหน้ากัน ยังจะจำเพื่อนสนิทคนนี้ในวัยเด็กได้หรือไม่

ดูแฟนฉันจบ เหมือนย้อนความทรงจำในอดีต ครั้งเรายังเด็ก ปั่นจักรยานเล่นกับเพื่อน ๆ บางทีก็ยิงนก ตกปลา แกล้งเพื่อนผู้หญิง เคยนะครับ เล่นกระโดดยางกับเพื่อนผู้หญิงนี่ ดูแล้วก็อดขำ อมยิ้มไม่ได้ ชอบเนื้อเรื่องที่ย้อนเรื่องราวของ 2 เพื่อนซี้ในวัยเด็กที่เล่นกันตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะโกรธกัน สุดท้ายก็ไม่ลืมกัน ปูเรื่องได้ดีมาก สอดแทรกเพลงดังสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังสาวเข้าไปในหนังด้วย ดีครับ เหมือนได้ดูหนังร่วมสมัย  ได้เห็นแน๊ค ชาลี เล่นหนังตั้งแต่ตอนเด็ก ได้ดูโฟกัส เล่นตั้งแต่ยังเด็ก มีความเวอร์จิ้นในหนังดี จนทั้งคู่โตขึ้นอยากให้เป็นแฟนกันจริง ๆ ได้เห็นดาราเด็ก ที่ตอนนี้ก็โตขึ้นหมดแล้ว จะมีอยู่ในวงการบันเทิงตอนนี้ก็เห็นจะ 3 คน ดูหนังแฟนฉันเหมือนเห็นตัวเองในอดีต ที่เมื่อก่อนก็เล่นแบบนี้ ขี่จักรยานกับเพื่อน ๆ ชอบความคลาสสิคของหนัง

รีวิวหนังเรื่อง ไอ้มดแดง

ไอ้มดแดง

เนื้อเรื่องย่อ

องค์กรวายร้ายช็อกเกอร์ วางแผนจะสร้างมนุษย์ดัดแปลงขึ้นมาเพื่อใช้ยึดครองโลก จึงได้ออกค้นหาผู้ที่มีคุณสมบัติที่สามารถเป็นมนุษย์ดัดแปลงได้ และได้มาพบกับ “ฮอนโก ทาเคชิ” นักแข่งจักรยานยนต์ ช็อกเกอร์ได้จับตัวทาเคชิมาเพื่อดัดแปลงให้กลายเป็นคาเมนไรเดอร์ ทว่าผู้ที่แนะนำฮอนโกให้กับพวกช็อกเกอร์นั้นคือ “ด็อกเตอร์ มิโดริคาวะ” ซึ่งเป็นอาจารย์ของฮอนโกนั่นเอง ในขณะที่ การดัดแปลงร่างของฮอนโกกำลังจะถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการผ่าตัดสมอง ก็เกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น ตอนนั้นเองที่ฮอนโกได้พบกับด็อกเตอร์ มิโดริคาวะ จากนั้นด็อคเตอร์ มิโดริคาวะ ก็ได้บอกถึงพลังความสามารถของมนุษย์ดัดแปลงในตัวของฮอนโก ทำให้ฮอนโกสามารถหนีออกมาจากช็อกเกอร์ได้

ต่อมา “มิโดริคาวะ รูริโกะ” (บุตรสาวของด็อคเตอร์ มิโดริคาวะ) ได้ทราบข่าวจาก “ทาจิบาน่า โทเบ” ว่าพ่อของเธอนั้นยังมีชีวิตอยู่ จึงได้เดินทางไปพบตามสถานที่ที่ระบุเอาไว้ ทว่าความเคลื่อนไหวของรูริโกะก็ถูกพวกช็อกเกอร์รู้เข้าจนได้ อีกด้าน ฮอนโกในตอนนั้นเขายังไม่สามารถจะทำใจรับกับสภาพของมนุษย์ดัดแปลงของตัวเองได้ อีกทั้งยังไม่สามารถควบคุมพลังของตนได้อีกด้วย เมื่อรูริโกะเดินทางมาถึงเธอได้ยินพ่อของเธอกำลังคุยกับชายคนหนึ่งอยู่ และในตอนนั้นปีศาจแมงมุมก็ได้ใช้ใยพิษสังหารด็อคเตอร์ มิโดริคาวะ ต่อหน้าต่อตาฮอนโก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้รูริโกะคิดว่าฮอนโกคือผู้ที่ฆ่าพ่อของเธอ รูริโกะถูกปีศาจแมงมุมจับตัวไป ฮอนโกจึงรีบรุดไปช่วยโดยใช้ไซโคลน

“มนุษย์ดัดแปลง ฮอนโก ทาเคชิ เมื่อเข็มขัดของเขาได้รับพลังงานจากลมเข้าไปแล้ว เขาก็จะแปลงร่างเป็นไอ้มดแดง ไปในทันที” ด้วยพละกำลังและความสามารถทำให้ไอ้มดแดงจัดการกับปีศาจแมงมุมลงได้ แต่ว่าเขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นฆาตกรและยังถูกพวกช็อกเกอร์ตามล่าอีก กว่าวันที่ความจริงกระจ่างจะมาถึงนั้น เขาจะต้องสู้ต่อไปเพื่อสันติภาพและความสงบสุข

หลังจากตอนที่ 13 ได้มีการเปลี่ยนพล็อตเรื่องใหม่ที่เต็มไปด้วยแอ็กชั่น กับไอ้มดแดงคนใหม่ ให้การต่อสู้ของไอ้มดแดงขยายขอบเขตออกไป ไม่จำกัดเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น โดยฮอนโกหรือไอ้มดแดง ได้ออกเดินทางไปปราบพวกช็อกเกอร์ยังต่างประเทศ และนี่เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของไอ้มดแดงคนใหม่ ต่อมาใช้ชื่อไอ้มดแดง หมายเลข 2 หรือ “มดแดง วี 2” ในครั้งนี้ช็อกเกอร์ได้จับตัว “อิจิมอนจิ ฮายาโตะ” ตากล้องอิสระ มาทำการผ่าตัดดัดแปลงให้กลายมาเป็นไอ้มดแดงอีกคนหนึ่ง แต่ทาเคชิได้เข้าไปช่วยและให้ฮายาโตะต่อสู้กับช็อกเกอร์ที่ญี่ปุ่น

 

รีวิวหนังเรื่อง ไททานิค

ไททานิค

เนื้อเรื่องย่อ

ในปี ค.ศ. 1996 นักล่าสมบัติ บร็อค เลิฟเว็ตต์ และทีมของเขาขึ้นเรือวิจัยชื่อว่า อคาเดมิก มิสติสลาฟ เคลดิช เพื่อค้นหาซากเรือแตกของ อาร์เอ็มเอส ไททานิก และ หัวใจมหาสมุทร สร้อยคอเพชรหายาก พวกเขากู้ตู้นิรภัยซึ่งมีภาพวาดของหญิงสาวใส่แค่สร้อยคอ ลงวันที่ 14 เมษายน 1912 วันที่เรือชนภูเขาน้ำแข็ง โรส ดอว์สัน แคลเวิร์ต ผู้หญิงที่อยู่ในรูปวาด ขึ้นเรือ เคลดิช และเล่าประสบการณ์บนเรือ ไททานิก ให้เลิฟเว็ตต์ฟัง

ในปี ค.ศ. 1912 ที่เซาแทมป์ตัน โรส เดวิตต์ บูเคเตอร์ ผู้โดยสารชั้นหนึ่งอายุ 17 ปี มาพร้อมกับ แคล ฮอคลีย์ คู่หมั้นของเธอ และ รูธ แม่ของเธอ ขึ้นเรือหรูหราชื่อว่า ไททานิก รูธเน้นย้ำกับโรสว่าการแต่งงานของโรสจะช่วยแก้ปัญหาด้านการเงินของครอบครัวและช่วยรักษาสถานะชนชั้นสูงเอาไว้ โรสรู้สึกอึดอัดใจเรื่องการแต่งงาน เธอจึงปีนรั้วกั้นท้ายเรือและพยายามที่จะฆ่าตัวตาย แจ็ก ดอว์สัน ศิลปินผู้ยากจน ได้เข้ามาห้ามและพยายามเกลี่ยกล่อมเธอ หลังจากแจ็กช่วยโรสได้แล้ว เจ้าหน้าที่ของเรือพร้อมกับแคลและ สไปเซอร์ เลิฟจอย คนรับใช้ของแคล มาพบทั้งสองคน โรสบอกแคลว่าเธอกำลังมองลงไปแล้วแจ็กเข้ามาช่วยเธอไม่ให้ตกลงไป แคลจึงให้รางวัลแจ็กโดยเชิญเขาให้ไปร่วมรับประทานอาหารกับพวกเขาในห้องอาหารของผู้โดยสารชั้นหนึ่ง แจ็กกับโรสเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ แม้ว่าเลิฟจอยและรูธจะระแวงเขา หลังจากอาหารเย็น โรสได้เข้าร่วมงานเลี้ยงของผู้โดยสารชั้นสามอย่างลับๆ กับแจ็ก

โรสตระหนักถึงความไม่พอใจของแคลและรูธ เธอจึงบอกปฏิเสธความรักของแจ็กที่มีให้กับเธอ แต่ต่อมาโรสรู้ตัวว่าเธอชอบเขามากกว่าแคล หลังจากนัดพบกันที่หัวเรือตอนพระอาทิตย์ตก โรสพาแจ็กไปที่ห้องส่วนตัวของเธอ เธอขอให้แจ็กวาดภาพเธอเปลือยกายโดยใส่แค่สร้อยคอหัวใจมหาสมุทรซึ่งเป็นของหมั้นของแคล พวกเขาหลบหนีเลิฟจอยและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันภายในรถยนต์ในห้องเก็บของใต้ท้องเรือ บนดาดฟ้าด้านหน้า พวกเขาเห็นการปะทะกันของเรือกับภูเขาน้ำแข็งและได้ยินเจ้าหน้าที่และผู้สร้างเรือพูดคุยถึงความร้ายแรงของมัน แคลพบภาพวาดโรสของแจ็กกับบันทึกดูถูกจากเธอในตู้นิรภัยของเขาพร้อมกับสร้อยคอ เมื่อแจ็กกับโรสพยายามที่จะบอกแคลเรื่องเรือชนภูเขาน้ำแข็ง แคลตอบโต้ด้วยการให้เลิฟจอยแอบใส่สร้อยคอไว้ในกระเป๋าเสื้อของแจ็ก และกล่าวว่าเขาเป็นขโมย แจ็กถูกจับและถูกคุมขังในห้องของเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือ แคลใส่สร้อยคอไว้ในกระเป๋าเสื้อของเขาเอง

ขณะที่เรือกำลังจมลง โรสหนีแคลกับแม่ของเธอซึ่งได้ขึ้นเรือบด ไปช่วยปลดปล่อยแจ็ก บนดาดฟ้าเรือ แคลได้พบแจ็กกับโรสอีกครั้ง แคลและแจ็กสนับสนุนให้โรสขึ้นเรือบด แคลอ้างว่าได้ตกลงกับเจ้าหน้าที่ไว้แล้วว่าจะลงเรืออีกลำหนึ่งกับแจ็ก ซึ่งแท้จริงแล้วแจ็กไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ขณะที่เรือบดกำลังลดระดับลง โรสรู้ตัวว่าเธอไม่สามารถแยกห่างจากแจ็กได้ เธอจึงโดดกลับขึ้นเรือ แคลเอาปืนพกของเลิฟจอยแล้วไล่ตามยิงโรสกับแจ็กไปจนถึงในห้องรับประทานอาหารชั้นหนึ่ง หลังเขาใช้กระสุนหมดแล้วจึงลดละ และมานึกได้ว่าใส่สร้อยคอเพชรไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมที่เขาสวมให้กับโรส ต่อมาเขาได้ขึ้นเรือบดโดยอุ้มเด็กที่หลงกับแม่และอ้างตัวว่าเขาเป็นพ่อ เพื่อที่จะได้ลงเรือลำนั้น

หลังจากหนีแคลพ้นและเอาตัวรอดจากน้ำที่ทะลักมาตามเส้นทางห้องโดยสารในเรือ แจ็กกับโรสกลับมาที่ดาดฟ้าเรือ เรือบดได้ออกเดินทางไปหมดแล้ว เหตุการณ์เลวร้ายลง มีผู้โดยสารเสียชีวิตจากการพลัดตกเรือ หรือกระแทกกับของแข็งต่างๆเมื่อเรือหักครึ่งทำให้ท้ายเรือจมลงหมาสมุทรอย่างรวดเร็ว แจ็กกับโรสปีนขึ้นไปอยู่ด้านบนของท้ายเรือเพื่อยื้อเวลาก่อน ที่เรือจะจมลงไปหมด เขาช่วยเธอให้ขึ้นไปบนซากประตูไม้ที่ลอยน้ำอยู่ แต่ว่าเพียงพอให้พ้นน้ำได้สำหรับคนเดียวเท่านั้น แจ็กให้กำลังใจและยืนยันกับโรสว่าเธอจะได้ตายในตอนชราบนเตียงอันอบอุ่นของเธอ สุดท้ายแจ็กก็เสียชีวิตด้วยภาวะตัวเย็นเกิน และโรสได้รับการช่วยเหลือจากเรือบดที่พายกลับมา

ต่อมา อาร์เอ็มเอส คาร์พาเทีย ได้ช่วยเหลือเหล่าผู้รอดชีวิตขึ้นเรือ โรสหลบซ่อนแคลขณะที่เรือเดินทางไปนครนิวยอร์ก โรสได้เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น โรส ดอว์สัน โรสกล่าวว่าต่อมาเธอได้อ่านหนังสือพิมพ์พบว่า แคลนั้นฆ่าตัวตายเนื่องจากเหตุการณ์ตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทตก ค.ศ. 1929 กลับมาในปัจจุบัน เลิฟเว็ตต์ตัดสินใจยกเลิกการค้นหาของเขาหลังได้ยินเรื่องราวของโรส ที่ท้ายเรือของ เคลดิช โรสได้นำสร้อยเพชรหัวใจมหาสมุทร ซึ่งอยู่ในความครอบครองของเธอมาตลอด หย่อนมันลงไปในทะเลเหนือซากเรือ ภาพเหตุการณ์ตัดมาขณะที่เธอดูเหมือนกำลังหลับหรือเสียชีวิตบนเตียงของเธอ มีรูปภาพของเธอแสดงให้เห็นถึงการผจญภัยและชีวิตที่เป็นอิสระ โรสวัยสาวได้พบกับแจ็กอีกครั้งที่บันไดใหญ่ในเรือไททานิก และได้รับการปรบมือจากผู้ที่เสียชีวิตบนเรือ

 

รีวิวหนังเรื่อง คู่กรรม

คู่กรรม

เนื้อเรื่องย่อ

อังศุมาลินมีเพื่อนชายที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก คือ วนัส(นภัทร อินใจเอื้อ) ก่อนเดินทางไปเรียนต่อ ที่อังกฤษ วนัสได้ขอความรักจากอังศุมาลิน แต่เธอขอให้คำตอบในวันที่เขาเรียนจบกลับมาเสียก่อน โดยทั้งคู่สัญญาว่าจะรอกัน อังศุมาลินเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นกับหมอโยชิ(นาท ภูวนัย) ทันตแพทย์ชาวญี่ปุ่นแถวตลาด ใกล้บ้าน แต่พอเกิดสงครามเขากลับแต่งเครื่องแบบทหารและประกาศตัวว่าเป็นคนของกองทัพญี่ปุ่นผู้รุกราน ทำให้อังศุมาลินผิดหวังและโกรธแค้น วันหนึ่งอังศุมาลินก็ได้พบกับโกโบริ(สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) เรือเอกหนุ่มประจำกองทัพเรือญี่ปุ่น ที่มาประจำอยู่ที่อู่ต่อเรือใกล้บ้าน อังศุมาลินประกาศตนเป็นศัตรูกับกองทัพญี่ปุ่น เมื่อโกโบริสั่งลงโทษกรอกน้ำมันตาบัว(เกรียงไกร อุณหนันท์) กับ ตาผล(กลศ อัทธเสรี) คนในชุมชนชาวสวนที่อังศุมาลินรู้จัก ซึ่งไปรับจ้างทำงาน แต่กลับช่วยกันขโมยน้ำมันของกองทัพญี่ปุ่น โกโบริรู้สึกรักอังศุมาลินตั้งแต่แรกพบ เค้าพยายามแสดงไมตรีจิตกับครอบครัวของอังศุมาลินมาตลอด เช่น เมื่อยายของเธอป่วยเป็นไข้มาลาเรีย เขาก็พาหมอทาเคดะ(ภูริ หิรัญพฤกษ์) มารักษา ด้วยเหตุนี้แม่กับยายเอ็นดูมองเห็นถึงน้ำใจไมตรีและเรียกขานว่า “พ่อดอกมะลิ”
บ่ายวันหนึ่งขณะที่อังศุมาลินอยู่บ้านคนเดียวก็มีสัญญาณระเบิดดังขึ้น โกโบริมาหาเธอที่บ้านพอดี จึงพาเธอไปหลบภัยที่ท้องร่องในสวน พอดีระเบิดลงใกล้บริเวณนั้นโกโบริเอาตัวกำบังอังศุมาลินไว้ และเอ่ยปากบอกรักอังศุมาลินก่อนที่เขาและเธอจะหมดสติพร้อมกัน หลังเหตุการณ์สงบ แม่กับยายกลับมาจากทำบุญที่วัด พร้อมด้วยยายเมี้ยน(อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) และชาวบ้าน พวกเขามาพบโกโบรินอนทับอังศุมาลินอยู่ในท้องร่อง

ยายเมี้ยนนำเรื่องนี้ไปโพนทะนาจนข่าวแพร่กระจายไปในทางเสื่อมเสียอย่างมาก พอดีหลวงชลาสินธุราชพ่อของ อังศุมาลินกำลังมีปัญหาทางการเมือง เพราะถูกสงสัยว่าเป็นขบวนการเสรีไทย และสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างไทยกับญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงกระทบกระทั่งกันพอดี อีกทั้งโกโบริเป็นตัวอย่างของนายทหารญี่ปุ่นที่มีความสัมพันธ์อันดีกับคนไทย ดังนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองหนุ่มสาว จึงถูกดึงให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขบรรยากาศความขัดแย้ง หลวงชลาสินธุราชจึงมาเจรจาขอให้อังศุมาลินยอมแต่งงานกับโกโบริด้วยตนเอง เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งหมด เมื่อทุกอย่างบีบคั้นอังศุมาลินจึงยอมตกลงปลงใจแต่งงานกับโกโบริ

แต่ในวันหมั้น โกโบริจับได้ว่าอังสุมาลินและพวกพ้องถือโอกาสพา ร้อยโทไมเคิล วอร์เด็น (โอลิเวอร์ พูลพาร์ท) เชลยชาวอเมริกันหนีกองทัพญี่ปุ่นไปพบพวกขบวนการเสรีไทยได้สำเร็จ จึงทำให้เขารู้สึกเสียใจกับการกระทำครั้งนี้ของอังศุมาลินเป็น อย่างมาก แต่เพราะความรักที่มีต่ออังศุมาลิน โกโบริจึงยอมเก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับ ทั้งๆ ที่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นภัยร้ายแรงกับกองทัพญี่ปุ่น โกโบริรู้ดีว่าอังศุมาลินมีวนัสอยู่แล้ว เขาตัดสินใจไปหารือกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่เพื่อจะขอยกเลิกการแต่งงาน แต่ก็ไม่เป็นผล การแต่งงานของโกโบริกับอังศุมาลินจึงเป็นไปตามกำหนดการเดิม และในคืนส่งตัวโกโบริก็ปฏิบัติตนเป็นสุภาพบุรุษ ไม่คิดที่จะล่วงเกินอังศุมาลินแม้แต่น้อย

ตาบัวกับตาผลยังหาความเดือดร้อนมาใส่ตัวอีกจนได้ ด้วยการไปพาฝรั่งเยอรมันมาที่กระท่อมในสวน เพราะนึกว่าฝรั่งทุกคนคือศัตรูญี่ปุ่นไปหมด แต่เยอรมันคนนั้นไปแจ้งตำรวจและกองทัพญี่ปุ่น ว่าในสวนนี้มีกระท่อมที่ให้ที่พักกับฝรั่งชาติพันธมิตร จนพวกกำนัน(สรพงศ์ ชาตรี) ซึ่งเป็นพ่อของวนัสกับชาวบ้านต้องช่วยกันรื้อกระท่อมนั้น และจัดงานรำวงขึ้นเพื่อบังหน้า โกโบริเองก็พลอยร่วมมือไปกับเขาด้วยทั้งๆ ที่รู้สึกเจ็บปวดในใจ เขาจึงดื่มเหล้าอย่างหนักและร่วมรำวงอย่างสนุกสนานจนขาดสติ ในคืนนั้นเองโกโบริก็ปลุกปล้ำขืนใจอังศุมาลิน ทั้งเพราะความเมาความรักและความน้อยใจ ทำให้อังศุมาลินยิ่งแสดงความเย็นชาเกลียดชังเขามากขึ้น

โกโบริรู้สึกผิดที่ล่วงเกินอังศุมาลิน เค้าจึงมุทำงานอย่างหนักไม่กลับมาค้างที่บ้าน พร้อมกับทำเรื่องขอย้ายไปประจำการที่พม่าเพราะสถานการณ์ที่นั่นกำลังตึงเครียด จากนั้นไม่นานอังศุมาลินก็รู้ตัวว่าตนได้ตั้งท้องลูกของโกโบริ หมอทาเคดะตรวจพบอาการและบอกข่าวดีทุกคน โกโบริดีใจมาก แต่แล้วก็มีข่าวว่าวนัสเป็นหนึ่งในขบวนการเสรีไทยจากอังกฤษที่กระโดดร่มเข้ามาในประเทศไทย และโดนญี่ปุ่นจับได้

อังศุมาลินรู้ว่าโกโบริจะได้เป็นหนึ่งในคณะทหารญี่ปุ่นที่จะทำหน้าที่สอบสวนวนัส เธอจึงเอาลูกมาขู่ว่าหากวนัสมีอันตรายอะไร โกโบริจะต้องตอบแทนอย่างสาสม ก่อนทิ้งตัวให้ตกบันไดที่สูงชันลงมา โชคดีที่เธอและลูกปลอดภัย แต่โกโบริเสียใจมากเขาพยายามเร่งให้ตัวเองได้ย้ายไปพม่าเร็วขึ้น และพูดว่าหากอังศุมาลินไม่ต้อง การเด็ก ก็ให้ส่งไปให้พ่อแม่เขาที่ญี่ปุ่นเลี้ยงก็ได้ ส่วนตัวเธอเขาจะปล่อยให้เป็นอิสระ ได้กลับไปรักกับวนัสตามเดิม อังศุมาลินเริ่มได้คิดและรู้ใจตนว่าที่แท้แล้ว คนที่มีความหมายที่สุดสำหรับเธอก็คือโกโบริและลูกในท้องต่างหาก เธออยากบอกให้เขารู้ว่าเธอรักเขาที่สุด และขอให้เขาเลิกล้มความคิดที่จะย้ายไปจากเมืองไทยเสีย แต่ก็มีอันต้องคลาดกันตลอด เพราะโกโบริเอาแต่หักโหมทำงานเพื่อลืมความทุกข์ในใจ ทั้งสองจึงไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน

ในที่สุดวนัสก็พ้นจากการจองจำเพราะความช่วยเหลือของโกโบริ วนัสรีบมาพบอังศุมาลิน เธอดีใจมาก เพราะเธอจะได้ให้คำตอบแก่วนัสตามสัญญาเสียทีว่าเธอรักโกโบริคนเดียวและขอคืนอิสระจากวนัส วนัสบอก ว่าโกโบริเป็นคนดี และอวยพรในความรักของเธอกับโกโบริ พร้อมกำชับให้อังศุมาลินบอกโกโบริว่าอย่าไปสถานีรถไฟบางกอกน้อย เพราะพันธมิตรมีแผนจะทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ที่นั่น ทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าการลักลอบพบกันครั้งนี้อยู่ในสายตาของโกโบริ แต่เขาไม่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองบอกต่อกัน ภาพที่เห็นจึงทำให้โกโบริเข้าใจผิด จากนั้นอังศุมาลินก็รีบจะไปบอกข่าวดีกับโกโบริว่าเธอเป็นอิสระจากวนัสแล้ว และจะขอเป็นภรรยาที่ดีของเขาคนเดียว แต่ไม่ทันการเพราะ โกโบริได้ออกเรือตรงไปที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยแล้ว

อังศุมาลินรีบตามไปที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย เมื่อเธอไปถึงปรากฏว่าสถานีรถไฟบางกอกน้อยโดนระเบิดถล่มเสียหายยับเยิน มีทหารบาดเจ็บล้มตายมากมาย อังศุมาลินขอพรลูกในท้องให้ช่วยคุ้มครองพ่อ และตามหาโกโบริอย่างร้อนใจ จนในที่สุดก็พบเขาบาดเจ็บสาหัสนอนจมซากปรักหักพังอยู่ เธอพยายามทำทุกวิธีอย่างสุดกำลังที่จะช่วยให้เขามีชีวิตรอด

รีวิวหนังเรื่อง ปลาบู่ทอง

ปลาบู่ทอง

เนื้อเรื่องย่อ

เศรษฐีทารก (ทาระกะ) ผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อขนิษฐา มีลูกสาวชื่อ เอื้อย ส่วนคนที่สองชื่อ ขนิษฐี มีลูกสาวชื่อ อ้าย และ อี่ วันหนึ่งเศรษฐีทารกพาขนิษฐาไปจับปลาในคลอง ไม่ว่าจะเหวี่ยงแหไปกี่ครั้งก็ได้มาเพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียวเท่านั้น จนกระทั่งพลบค่ำเศรษฐีก็ตัดสินใจที่จะเอาปลาบู่ทองที่จับได้เพียงตัวเดียวกลับบ้าน ทว่าขนิษฐาผู้เป็นภรรยาเกิดความสงสารปลาบู่ ขอให้เศรษฐีปล่อยปลาไป เศรษฐีทารกเกิดบันดาลโทสะจึงฟาดนางขนิษฐาจนตายและทิ้งศพลงคลอง เมื่อกลับถึงบ้านเอื้อยก็ถามหาแม่ เศรษฐีจึงตอบไปว่าแม่ของเอื้อยได้หนีตามผู้ชายไป และจะไม่กลับมาบ้านอีกแล้ว นับตั้งแต่วันนั้นขนิษฐีผู้เป็นแม่เลี้ยงของเอื้อยและอี่กับอ้ายน้องสาวทั้งสองก็กลั่นแกล้งใช้งานเอื้อยเป็นประจำโดยที่เศรษฐีทารกไม่รับรู้และไม่สนใจ เอื้อยคิดถึงแม่มากจึงมักไปนั่งร้องไห้อยู่ริมท่าน้ำ และได้พบกับปลาบู่ทองซึ่งเป็นนางขนิษฐากลับชาติมาเกิด เมื่อเอื้อยรู้ว่าปลาบู่ทองเป็นแม่ก็ได้นำข้าวสวยมาโปรยให้ปลาบู่ทองกิน และมาปรับทุกข์ให้ปลาบู่ทองฟังทุกวัน นางขนิษฐีและลูกสาวเห็นเอื้อยมีความสุขขึ้น เมื่อถูกกลั่นแกล้งก็อดทนไม่ปริปากบ่นจึงสืบจนพบว่า นางขนิษฐาได้มาเกิดเป็นปลาบู่ทอง และได้พบกับเอื้อยทุกวัน ดังนั้นเมื่อเอื้อยกำลังทำงานนางขนิษฐีก็จับปลาบู่ทองมาทำอาหารและขอดเกล็ดทิ้งไว้ในครัว
เอื้อยได้พบเกล็ดปลาบู่ทองก็เศร้าใจเป็นอย่างมาก นำเกล็ดไปฝังดินและอธิษฐานขอให้แม่มาเกิดเป็นต้นมะเขือ เอื้อยมารดน้ำให้ต้นมะเขือทุกวันจนงอกงาม เมื่อขนิษฐีทราบเรื่องเข้าก็โค่นต้นมะเขือ และนำลูกมะเขือไปจิ้มน้ำพริกกิน เอื้อยเก็บเมล็ดมะเขือที่เหลือไปฝังดินและอธิษฐานให้แม่ไปเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองในป่า และไม่ให้ผู้ใดสามารถโค่น ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ วันหนึ่งพระเจ้าพรหมทัตเสด็จประพาสป่าได้พบกับต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง โปรดให้นำเข้าไปปลูกในวัง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ พระเจ้าพรหมทัตจึงประกาศว่าผู้ใดที่เคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้จะให้รางวัลอย่างงาม ขนิษฐีและอ้ายกับอี่เข้าร่วมลองถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองด้วยแต่ไม่สำเร็จ เอื้อยขอลองบ้างและอธิษฐานจิตบอกแม่ว่าขอย้ายแม่เข้าไปปลูกในวัง เอื้อยจึงถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้สำเร็จ พระเจ้าพรหมทัตถูกชะตาเอื้อยจึงชวนเข้าไปอยู่ในวังและแต่งตั้งให้เอื้อยเป็นพระมเหสี ฝ่ายขนิษฐีและลูกสาวอิจฉาเอื้อยจึงส่งจดหมายไปบอกเอื้อยว่าเศรษฐีทารกป่วยหนักขอให้เอื้อยกลับมาเยี่ยมที่บ้าน เมื่อเอื้อยกลับมาบ้าน นางขนิษฐีก็ได้แกล้งนำกระทะน้ำเดือดไปวางไว้ใต้ไม้กระดานเรือน และทำกระดานกลไว้ เมื่อเอื้อยเหยียบกระดานกลก็ตกลงในหม้อน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย ขนิษฐีให้อ้ายปลอมตัวเป็นเอื้อยและเดินทางกลับไปยังวังของพระเจ้าพรหมทัต เอื้อยได้ไปเกิดใหม่เป็นนกแขกเต้า เมื่อเกิดใหม่แล้วก็บินกลับเข้าไปในพระราชวัง พระเจ้าพรหมทัตเห็นนกแขกเต้าแสนรู้ ไม่รู้ว่าเป็นเอื้อยกลับชาติมาเกิดก็เลี้ยงไว้ใกล้ตัว อ้ายเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจ สั่งคนครัวให้นำนกแขกเต้าไปถอนขนและต้มกิน แม่ครัวถอนขนนกแขกเต้าและวางทิ้งไว้บนโต๊ะ นกแขกเต้าจึงกระเสือกกระสนหลบหนีเข้าไปอยู่ในรูหนู มีหนูช่วยดูและจนขนขึ้นเป็นปกติ แล้วเอื้อยก็บินเข้าป่าไปจนเจอกับพระฤๅษี พระฤๅษีตรวจดูด้วยญานพบว่านกแขกเต้าคือเอื้อยกลับชาติมาเกิดจึงเสกให้เป็นคนตามเดิม และวาดรูปเด็กเสกให้มีชีวิตเพื่อให้เป็นลูกของเอื้อย เมื่อเด็กนั้นโตขึ้นก็ขอเอื้อยเดินทางไปหาบิดา เอื้อยจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้บุตรชายฟังร้อยพวงมาลัยเพื่อให้บุตรชายนำไปให้พระเจ้าพรหมทัต เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้พบกับบุตรชายของเอื้อยและพวงมาลัย ก็ขอให้เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าได้มาลัยมาอย่างไร เด็กชายก็เล่าตามที่เอื้อยเล่าให้ฟัง เมื่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้วพระเจ้าพรหมทัตก็สั่งประหารชีวิตอ้าย อี่ และขนิษฐี และไปรับเอื้อยเพื่อให้กลับมาครองบัลลังก์ร่วมกันอีกครั้ง