รีวิวหนัง เรื่อง 8เทพอสูรมังกรฟ้า

8เทพอสูรมังกรฟ้า

8เทพอสูรมังกรฟ้า เป็นเรื่องราวในช่วงระหว่างการปกครองของราชวงศ์ซ่งที่กำลังเป็นศัตรูกับมองโกล เฉียวฟงประมุขหนุ่มแห่งพรรคยาจก  สุดยอดจอมยุทธ์ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมผู้เป็นที่ศรัทธา ของเหล่าชาวยุทธ์ ถูกเหล่าคนชั่วนำเรื่องชาติกำเนิดของตนมาเปิดเผยและยังถูกดดันให้สละตำแหน่งประมุขเฉียวฟงจึงออกจากพรรคยาจก พยายามสืบหาประวัติที่แท้จริงของเขา ระหว่างเดินทางได้รู้จักกับต้วนอี้ องค์ชายแห่งเมืองต้าหลี่ และหลวงจีนซีจุ๊  ทั้งสามได้สาบานเป็นพี่น้องกัน ตลอดเวลาเฉียวฟงถูกกลั่นแกล้งจนท้อแท้และพลั้งมือสังหารอาจู  หญิงที่เขารักตายไปอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เขาต้องโศกเศร้าเสียใจ และยังต้องระงับศึกระหว่างเมืองเหลียวบ้านเกิด และเมืองซ่ง แผ่นดินที่เขาเติบโตมา ท้ายที่สุดกลับต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อยุติสงคราม

8 เทพอสูรมังกรฟ้า ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ทั้งจอแก้วและจอเงิน หลายครั้ง ฉบับภาพยนตร์จอเงินนั้น เนื่องจากเนื้อหาในเรื่องและตัวละครมีมากดังนั้นจึงเป็นเพียงการหยิบเอาตัวละครและเหตุการณ์เพียงบางช่วงเท่านั้นมานำเสนอ ความสนุกสนานของตัวละครในเรื่องนี้ มีมากมาย แต่ละตัวละครล้วนมีสีสัน และบุคลิกเป็นของตัวเอง ต้วนยี่ เป็นตัวละครที่มั่นคงในความรัก แม้ว่าความรักในหลายครั้งอาจจะถูกชะตากรรมเล่นตลกจนพบรักกับน้องสาวต่างมารดาของ ตัวเองก็ตาม แต่หลังจากที่เขาได้พบกับ หวังหวี่เอียน  แล้ว ก็ตามรักนางอย่างมั่นคง แม้ว่านางจะรักอยู่กับ มู่หยงฟู่ ก็ตาม จนท้ายที่สุด ต้วนยี่ก็ได้ครองคู่อยู่กับ หวังหวี่เอียน จึงกล่าวได้ว่า ต้วนยี่เป็นตัวแทนของสุขนาฏกรรม

รีวิวหนัง เรื่อง แดจังกึม

แดจังกึม

Dae Jang Geum – Jewel in the Palace สร้างมาจากเรื่องจริงของหญิงสาวผู้เป็นตำนานนามว่า Jang Geum ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของเกาหลีที่เป็นแพทย์คอยรักษาอาการเจ็บป่วยให้กับ เชื้อพระวงศ์ในพระราชสำนัก เธอเป็นเด็กที่เกิดจากครอบครัวสามัญชนที่มีฐานะยากจน Jang Geum สูญเสียพ่อและแม่ไปตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่โชคก็ยังเข้าข้างเธอเมื่อเธอได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้วิธีการปรุงอาหารใน พระราชสำนัก ด้วยความที่เธอเป็นเด็กที่ฉลาดทำให้ Jang Geum กลายเป็นกุ๊กมือหนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเชื้อพระวงศ์ ภายหลัง Jang Geum พยายามเรียนรู้วิธีปรุงยาจนทำให้เธอได้มีโอกาสมารักษาอาการเจ็บป่วยของพระ ราชา อย่างไรก็ตามเล่ห์กลของคนในราชวังและอำนาจทางการเมืองก็มักจะเป็นอุปสรรคที่ ทำให้ Jang Geum ต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ หนําซํ้าเพื่อนที่เป็นคู่แข่งของเธอมาตั้งแต่เด็กๆอย่าง Choi Geum Young ก็พยายามหาทางแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งความกรุณาของพระราชา Geum Young หวังว่าท้ายที่สุดพระราชาจะต้องเลือกเธอขึ้นเป็นราชินีแห่งราชวงศ์ Chosun อย่างไรก็ตาม Jang Geum ก็พยายามใช้สติปัญญาที่ชาญฉลาดของเธอต่อกรกับศัตรูที่มีอยู่มากมายในราช สำนัก เพื่อทำให้มาตราฐานทางสังคมเกิดการเท่าเทียมกัน ซึ่งไม่มีผู้หญิงเกาหลีคนไหนเคยทำได้มาก่อนในประศาสตร์ของประเทศเกาหลี

Dae Jang Geum : Jewel in the Palace คือซีรี่ย์เกาหลียอดฮิตของทางสถานีโทรทัศน์ MBC ที่กวาดเรทติ้งอันดับ 1 ตลอดช่วงเวลาที่ละครออกอากาศฉายที่เกาหลี ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน ปี 2003 ไปจนถึงวันที่ 23 มีนาคม ปี 2004 โดยละครเรื่องนี้สามารถสร้างปรากฎการณ์ความฮิตที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับละคร เรื่องไหนมาก่อน ด้วยการกวาดเรทติ้งเฉลี่ยของทุกตอนที่ออกฉายสูงถึง 47% และตอนที่มีเรทติ้งสูงสุดสามารถทำได้ถึง 57.8% Dae Jang Geum เป็นละครที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของหญิงสาวชาวเกาหลีที่ชื่อ Jang Geum ผู้หญิงคนแรกของเกาหลีที่ทำหน้าที่เป็นแพทย์คอยรักษาอาการเจ็บป่วยแห่งแก่ กษัตริย์แห่งราชวงศ์ Joseon

Dae Jang Geum มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า “The Great Jang Geum” สิ่งที่ทำให้ละครเรื่องนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ชมเกาหลีส่วน ใหญ่ก็คือการผสมผสานเอกลักษณ์ 2 สิ่งเข้ารวมกันอันได้แก่ การถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องต่อสู้กับกฎเกณฑ์ประเพณีที่สืบทอดกัน มาช้านาน และ การทำอาหารและยารักษาทางการแพทย์แบบดั้งเดิม ที่คนรุ่นใหม่ทั่วๆไปไม่ค่อยได้พบเห็นกันมากนัก 3 เดือนหลังจากที่ละครเรื่องนี้ฉายจบในเกาหลี Dae Jang Geum ก็ออกฉายที่ไต้หวันตามมาทันทีในเดือนพฤษภาคม ปี 2004 และกลายเป็นละครที่สร้างความนิยมอย่างสูงสุดไม่น้อยหน้ากับตอนที่ละครเรื่อง นี้ออกฉายในเกาหลี และในเวลานี้แฟนละครชาวไต้หวันก็นิยมแวะเดินทางมาเที่ยวที่สถานที่ถ่ายทำ ละคร อาทเช่นิ ที่เกาะ Jeju Do , หมู่บ้านชาวเกาหลีสมัยโบราณ Naganeupseong , พระราชวัง Suwon Hwaseong Haenggung และ พระราชวัง Changdeokgung

Dae Jang Geum ไม่ได้สร้างความนิยมเฉพาะที่เกาหลีและไต้หวันเพียงเท่านั้น เพราะเมื่อละครเรื่องนี้ออกฉายที่ญี่ปุ่นทาง NHK เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2004 ละครเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จที่ญี่ปุ่นเช่นกัน และในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2004 Dae Jang Geum ก็ได้รับความนิยมจากชาวตะวันตกเมื่อละครเรื่องนี้ได้ออกฉายทางช่อง WOCH-Ch ใน Chicago จนกลายเป็นที่ชื่นชมของผู้ชมละครจำนวนมาก

ในเวลานี้สถานที่ ถ่ายทำละครอย่างที่เกาะ Jeju Do , หมู่บ้านโบราณของชาวเกาหลี Naganeupseong , พระราชวัง Suwon Hwaseong Haenggung และพระราชวัง Changdeokgung กำลังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่มีแฟนๆละครเรื่อง Dae Jang Geum แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนสถานที่ถ่ายทำกันเป็นจำนวนมากอยู่ทุกวันนี้

รีวิวหนังเรื่อง อุ้ยเสี่ยวป้อ

อุ้ยเสี่ยวป้อ

อุ้ยเสี่ยวป้อ เป็น เรื่องแต่งของ กิมย้ง นักเขียนชื่อดังที่มีผู้ชื่นชอบเป็นจำนวนมาก เป็นนิยายเรื่องสุดท้ายที่กิมย้งเอง คงทดสอบอะไรบางอย่าง จึงสร้างตัวละครให้ตรงข้ามกับเรื่องอื่นๆที่เคย เขียนมา กล่าวคือ อุ้ยเสี่ยวป้อ ไม่มีวิชาด้านบุ๋น และบู๊ แต่เป็นคนฉลาด ไหวพริบดี อีกทั้งยังไม่มีคุณธรรม เจ้าเล่ห์เพทุบาย และเจ้าชู้ รวมไม่เชิงเป็นการอิงประวัติศาสตร์ เพราะไม่ปรากฏว่ามีขันธีคนใดเหมือนอุ้ยเสี่ยวป้อ ในสมัยคังซีฮ่องเต้ เพียงแต่นำชื่อฮ่องเต้ คังซี และเรื่องราวในยนั้นมาอ้างถึงเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม เราอาจจะรู้จักฮ่องเต้คังซีจากเรื่อง อุ้ยเสี่ยวป้อ และในยุคสมัยของพระองค์ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เรื่องอุ้ยเซี่ยวป้อเริ่มนำลงในหนังสือพิมพ์หมิงเป้า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ.1969 จวบกระทั่ง วันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1972 ค่อยนำลงจบเรื่อง ใช้เวลานำลงสองปีกับอีกสิบเอ็ดเดือน แฟนๆที่ติดตามงานกำลังภายในของกิมย้งต่างตั้งข้อสังเกตว่า กิมย้งให้คนอื่นเขียนแทนรึเปล่า และพวกเขารู้สึกผิดหวัง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความสนุกสนานของอุ้ยเสี่ยวป้อ ก็ทำให้เรื่องนี้โด่งดัง ไม่แพ้นิยายเรื่องอื่นๆ ของกิมย้ง และแน่นอนว่าในเมืองไทย เรื่องนี้ได้ถูกแปลออกมา โดย น. นพรัตน์

เรื่องย่อของหนัง

อุ้ยเสี่ยวป้อ เด็กหนุ่มจอมกะล่อน เติบโตอยู่ในหอคณิกา มีชีวิตเสเพลไม่เป็นโล้เป็นพาย ชะตาฟ้าลิขิตให้เขาได้ช่วยเหลือ เฉินจิ้นหนาน ประมุขพรรคฟ้าดินที่ได้รับบาดเจ็บ จากการลอบสังหารของโอป้าย ด้วยความฉลาด จิ้งหนานจึงรับเขาเป็นศิษย์ ต่อมาฮ่องเต้คังซี ออกแสวงหายอดฝีมือ เพื่อกำจัดโอป้าย ทั้งสองได้พบกับเสี่ยวป้อ และคิดว่าเก่งวิทยายุทธ จึงพาเข้าวังทำงานในราชสำนัก เมื่ออยู่ในวังด้วยความฉลาด จึงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ เขามีเมียมากมายเพราะความกะล่อนเจ้าชู้ แต่เพราะเป็นคนสนิทของฮ่องเต้ และเป็นศิษย์ของเฉินจิ้งหนาน ทำให้ลืมตัวหยิ่งยโส สุดท้ายเขาก็เบื่อชีวิตในวัง จึงพาบรรดาเมียของเขา ออกท่องยุทธจักร

 

รีวิวหนัง คนเล็กหมัดเทวดา

คนเล็กหมัดเทวดา

เนื้อเรื่องย่อ

เป็นเรื่องราวของเซี่ยงไฮ้ช่วงยุค 1930 ซึ่งเป็นช่วงที่มีแก๊งอันธพาลขวานซิ่งครองเมือง พวกเขาได้เข้าไปก่อกวนในย่านที่เรียกว่า “ตรอกเล้าหมู” แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากมีจอมยุทธซ่อนอยู่ในตรอกนี้ หลังจากนั้น ซิง (โจว ซิงฉือ) โจรไร้ฝีมือที่ได้เข้ามาก่อกวนยังตรอกหมู แต่ไม่สำเร็จเพราะเขาคิดว่าเขามีวิทยายุทธเนื่องจากเขาได้ซื้อหนังสือกำลังภายในจากชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่บอกเขาว่าเขาน่าจะฝึกวิชาในหนังสือนี้ได้โดยเขาซื้อในราคา 10 ดอลลาร์ หลังจากนั้นเขาได้ฝึกฝนเรื่อยมา และได้เข้าไปช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นใบ้ (หวง เซิงอี้) จากพวกเด็กอันธพาล แต่เขากลับถูกพวกนั้นทำร้ายร่างกายจนสะบักสะบอม หลังจากนั้น เขาได้เข้าไปเป็นสมาชิกแก๊งขวานซิ่งในที่สุด แต่เกิดหักหลังกันขึ้น ซิงกลับถูกหัวหน้าแก๊งคนใหม่ซึ่งฆ่าหัวหน้าแก๊งคนเก่าตายเล่นงานจนปางตาย แต่โชคดีได้สามีภรรยาเจ้าของหอพักช่วยรักษา และในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะหัวหน้าแก๊งขวานซิ่งได้สำเร็จ

นักแสดงนำ

  • โจว ซิงฉือรับบทเป็น ซิง
  • หยวน หัวรับบทเป็น เฮียแหลม
  • หยวน ชิวรับบทเป็น เจ๊สี่
  • เฉิน กั๋วคุนรับบทเป็น พี่แซม หัวหน้าแก๊งขวานซิ่ง
  • เหลียง เสี่ยวหลงรับบทเป็น เทพเมฆาอัคคี
  • จ้าว จื้อหลิงรับบทเป็น แนนซี่

 

รีวิวหนัง The Karate Kid

รีวิวหนัง The Karate Kid

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ตัวหนังไม่มีความเป็นคาราเต้สักนิด เพราะตลอดวิชาฝึกป้องกันตัวล้วนมีแต่กังฟูจนน่าเปลี่ยนชื่อเป็น The Kung Fu Kid อาจจะเหมาะสมกว่าแต่ถ้ามองโดยหลักพื้นฐาน ในเรื่องการฝึกฝนวิชาป้องกันตัว บางทีเรื่องของคาราเต้อาจเป็นจุดเล็กๆที่อยู่ในกังฟูก็เป็นได้ เพราะอย่าลืมว่าหลักของกังฟูไม่ได้มาจากอะไร แต่หากมาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะท่าทาง การเคลื่อนไหว ตลอดจนการโต้ตอบที่ลอกเลียนมาจากการเคลื่อนที่ของสัตว์จนออกมาเป็นวิชา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากังฟูจะเหนือกว่าคาราเต้หรือคาราเต้เหนือกว่ากังฟู เว้นแต่กรณีกับตัวผู้ใช้ว่ามีประสบการณ์มากน้อยเพียงใด จะคาราเต้ของญี่ปุ่นหรือกังฟูจากจีนสุดท้ายแล้วทั้งสองวิชาต่างขึ้นชื่อเรื่องวิชาป้องกันตัวเป็นเลิศ ด้านกลยุทธ์เรื่องพลิกแพลงอาจต้องยกให้กังฟูที่มีหลากหลายรูปแบบ แต่ขณะเดียวกันคาราเต้ยังมีทักษะที่จับจุดตายได้ทันทีด้วยเช่นกัน ส่วนเหตุผลที่ทำไมพล็อตเรื่องถึงเปลี่ยนไปจากตัวต้นฉบับเมื่อปี 1984 จากคาราเต้มาเป็นกังฟูนั้น ส่วนนึงน่าจะมาจากเนื้อเรื่องที่ไปเมืองจีน

เนื้อเรื่องย่อของ The Karate Kid

แม้ทางเนื้อเรื่องรายละเอียดในส่วนต่างๆจะถูกดัดแปลงไปเกือบหมดราวกับหนังคนละเรื่อง แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่พล็อตเรื่องยังคงรักษาเอาไว้คือเรื่องของเด็กชายที่ถูกกลั่นแกล้ง เพียงเพราะความด้อยกว่านี้เอง จึงเป็นแรงผลักดันให้รู้จักคำว่าต่อสู้ ต่อให้ถูกเอารัดเอาเปรียบทุกครั้ง โดยเนื้อเรื่องได้กล่าวถึงเด็กน้อยสีผิวนามว่าเดร ปาร์กเกอร์ (Jaden Smith) ผู้ย้ายมาอยู่เมืองจีนกับแม่ (Taraji P. Henson) ด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับสถานที่ใหม่ๆจึงพยายามเรียกจุดสนใจด้วยการหาเพื่อน โดยหนึ่งในนั้นคือเหม่ยอิง (Wenwen Han) เด็กสาวชาวจีน แต่เหมือนการเรียกจุดเด่นในตัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อเฉิง (Zhenwei Wang) หัวหน้าแก็งค์เด็กอันธพาลไม่พอใจที่เดรมายุ่งกับเหม่ยอิงจนเป็นเรื่องทะเลาะลงไม้ลงมือ ซึ่งเดรไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้เลยเพียงเพราะอีกฝ่ายมีวิชาป้องกันตัวที่ล้ำหน้ากว่ามาก แต่เดรไม่ได้หวาดหวั่นว่าต้องยอมก้มหัวให้ถึงแม้ตัวเองจะด้อยกว่าหลายเท่าก็ตาม จึงพยายามเอาคืนในช่วงทีเผลอ ซึ่งแน่นอนว่าถูกจับได้จนลุงฮัน (Jackie Chan) ต้องเข้ามาช่วย และการเข้ามาช่วยนี่เองที่ชักพาเรื่องให้กลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเดร เมื่อลุงฮันไปขอร้องโค้ชลี (Rongguang Yu) ให้ลูกศิษย์เลิกรังแกเสียที แต่สุดท้ายการเจรจาเหมือนจะไปไม่รอดจนลงเอยด้วยการตกลงเข้าร่วมแข่งขันที่ใกล้มาถึงในเร็วๆนี้ โดยมีข้อตกลงคือระหว่างเก็บตัวก่อนถึงการแข่งขันห้ามมายุ่งเกี่ยว กลั่นแกล้งใดๆทั้งสิ้น ตอนนี้เดรรอดจากการถูกรังแกได้สำเร็จแต่ว่าเขาเองต้องลงแข่งขันด้วยเช่นกัน และเป็นการแข่งขันการต่อสู้ด้วยกังฟู การที่เดรกลับมาสดใสอีกครั้งไม่ได้มาจากการคือเหม่ยอิงคือผู้หญิงแล้วจะรู้สึกเชิงมีความสัมพันธ์แบบมากกว่าเพื่อนหากคือเพื่อนจริงๆที่ได้จากการทักทายอย่างเป็นมิตรตลอดจนการทำให้ความผูกมิตรนี้เริ่มแน้นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆจนแสดงออกมาอย่างชัดเจนในวันนัดเจอกันในงานเทศกาลคล้ายการชวนเดท ก็ดูเหมือนว่าเดรคือตัวละครที่มีบทบาทได้ดีในเรื่องการปรับตัวเข้ากับสังคมจนผู้ชมไม่รู้สึกเบื่อที่จะวกวนอยู่กับประเด็นเดิมๆหากจะลุยต่อไปด้วยประเด็นใหม่ๆที่เริ่มเข้ามาอย่างเรื่องการฝึกกังฟู หรือประเด็นหลักของกังฟูที่ถอดมาจากธรรมชาติ กระทั่งประเด็นในใจของลุงฮันที่ยังอุตส่าห์มีจนเนื้อเรื่องมีส่วนผสมของดราม่าเข้ามาสอดแทรกที่นำเสนอข้อคิดไปสอนกันให้เพียบ ถ้าพูดถึงประเด็นสำคัญใหญ่ๆคงไม่พ้นเรื่องการต่อสู้อย่างลูกผู้ชายที่แสดงออกถึงด้านคุณธรรมในตอนท้ายเรื่องด้วยการแข่งขันที่ดำเนินไม่ต่ำกว่า 20 นาทีด้วยการต่อสู้ของเหล่าเด็กที่เชี่ยวชาญทักษะในเรื่องกังฟูตามสไตล์ของตัวเอง แต่เรื่องก็มีทำนองเดิมนิดหน่อยตรงที่เมื่อเห็นพระเอกที่ด้อยกว่ากลับเก่งขึ้นผิดจากเดิมต้องลงมือด้วยวิธีโกง แน่นอนว่าฉากที่จะโกงนั้นไม่ได้มาจากความตั้งใจของเด็กที่แข่งหากมาจากตัวโค้ชที่อยากได้ชัยชนะอย่างรวดเร็วจนไม่สนว่าเด็กๆจะสู้ด้วยศักดิ์ศรีของตนเองที่แพ้ก็แพ้อย่างภาคภูมิ ซึ่งในฉากนี้เองเราจะได้เห็นความไม่พอใจของเด็กที่ต้องยอมโกงเพื่อให้อีกฝ่ายบาดเจ็บเพื่อแลกกับการให้ตัวเองถูกแบนจากกรแข่งขันเพื่อให้ลูกศิษย์ที่ตัวเองมั่นใจเสียแทน แม้จะทำทำนองเดิมๆไม่มีอะไรให้ซับซ้อนไปกว่าการพิสูจน์ตัวเองแต่อย่างน้อยท้ายที่สุดเราก็เห็นว่าความยุติธรรมคือสิ่งใครเห็นต่างรับถือกันทั้งนั้น

ช่วงท้ายของเรื่อง The Karate Kid

ถึงหนังจะยาวจนน่าง่วงไปบ้างแต่ความสนุกจะมีมาเป็นระยะๆได้อย่างดี แต่ที่เป็นจุดเด่นสงสัยจะเป็นเรื่องของฉากประกอบต่างๆที่ตั้งใจเผยภูมิประเทศของจีนได้กว้างขวาง โดยเฉพาะการเดินทางไปฝึกวิชาที่วัดเส้าหลินที่เผยความสวยงามป่าเขาลำน้ำตลอดจนกำแพงเมืองจีนที่เราจะได้เห็นลุงฮันกับเดรไปฝึกวิชาที่นั้นอีกที่หนึ่งคล้ายต้องการให้ผู้ชมเห็นความมุ่งมั่นไม่หยุดอยู่ที่ ต้องรู้จักพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นในสถานที่ใหม่ให้รู้จักตื่นตัว แต่อะไรจะไม่เท่ากับการฝึกแบบตัวต่อตัวที่ทำให้ผูชมถึงกับซึ้งได้ในฉากลุงฮันระลึกถึงความหลัง ทั้งที่นี้ยังมีมุขตลกหยอดมาให้ผู้ชมอมยิ้มกันไม่น้อยกับการแสดงของ Jaden Smith ที่เรียกว่าเป็นจุดเด่นของเรื่องตั้งแต่สีผิวตลอดจนการแสดงที่แสนน่ารักไม่น้อย ก็ไม่รู้ทำไมแต่คิดว่าฉบับนี้เรื่องตัวละครเอกดูน่าสนใจกว่าและดูเด็กน้อยกว่าเยอะ นอกจากนี้สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้คือความสนุกที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีไม่มีปัญหาว่าจะออกมาเด็กเกินไปหรือยากเกินไปในระดับผู้ใหญ่ ทุกอย่างล้วนกำลังดีแม้จะค่อนไปทางผู้ชมฝั่งเด็กไปหน่อยตรงความสัมพันธ์ระหว่างเดรกับเหม่ยอิงที่ออกจะเร็วไปบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องนี้มีข้อคิดดีๆให้เก็บเพียบเหมาะแก่การดูแล้วเอาไปไตร่ตรองสอนลูกสอนหลานกันได้เลยทีเดียว

 

รีวิว Squid Game

รีวิว Squid Game

รีวิว Squid Game ชีวิตจริงโหดร้าย เกมแห่งความตายจึงเป็นความหวัง

Squid Game ซีรีส์แนวเกมรอดตายที่ขึ้นลำดับหนึ่งของ Netflix ไปหลายที่รวมทั้งในประเทศไทยและก็ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีดีมากยิ่งกว่าการเสียสละชีพเพื่อเงินรางวัล ดูหนังออนไลน์ได้ที่ CUBBYMOVIE

เมื่อมองผ่าน Squid Game บางทีอาจดูอย่างกับว่าซีรีส์แนวเซอร์ไววัลปกติทั่วๆไป ด้วยเรื่องที่ว่าด้วยการประลอง เพื่อชิงเงินรางวัล 45,600 ล้านวอน ที่พนันด้วยชีวิตในเกมเด็กเล่น ด่าน แม้กระนั้น Squid Game มีความต่างด้วย บทที่ไร้ความปราณี ความง่ายของข้อตกลงที่ทำให้เกมน่าสยองกว่าเดิม งานอาร์ตไดเรกชั่น มุมกล้องถ่ายรูป แล้วก็การจัดแสงสว่างที่สะดุดตา เพลงประกอบที่เชิญบีบคั้นรวมทั้งเพิ่มความเหนือจริง รวมทั้งความหมายแฝงที่อัดแน่นในทุกอณูทำให้ยิ่งมองยิ่งเห็น ภาพยนต์ ของชีวิตจริงซ้อนทับกับสถานะการณ์ในเรื่อง เนื่องจากว่าทุกด่านและก็กฏข้อตกลงต่างเป็นภาพสะท้อนของโลกด้านนอก

เรื่องเริ่มมาด้วยการปูให้มองเห็นสังคมที่สะท้อนถึง แดนนรกโชชอน’ คำที่คนสมัยใหม่ในประเทศเกาหลีใช้เรียกประเทศตนเองที่ไม่ว่าจะพากเพียรให้ตายเพียงใดก็ยากที่จะหลุดพ้นจากความขาดแคลนได้ ผ่านทางสายตาของ ซองกีฮุน’ (รับบทบาทโดย อีจองแจชายผู้ล้มเหลวในชีวิต คนจำเป็นต้องฝากความคาดหมายไว้กับการมั่งมีจากดวงอย่างการเล่นพนันม้า รวมทั้งถึงแม้เขาจะโชคดีได้เงินมา แม้กระนั้นหนี้ก็ทำให้เขาไม่มีทางลืมหน้าอ้าปากได้ จนกระทั่งสมัครร่วมเล่นเกมเนื่องจากมันเป็นความคาดหมายท้ายที่สุดของการหลุดพ้น ถึงแม้บางครั้งก็อาจจะจะต้องพบเมืองนรกอีกขุมก็ตาม เหมือนกับผู้ท้าชิงคนอื่นซึ่งต่างก็เป็นคนผู้แทนของกลุ่มชนที่ถูกสังคมระบบทุนนิยมต้อนให้หมดหนทางในวงจร จนกระทั่ง เครียด เป็นหนี้เป็นสิน ซ้ำไปซ้ำมาไปๆมาๆ ตอนที่พวกเขาพากเพียรจะต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ดังเช่น

ซองกีฮุน No.456 – ผู้แทนของชนชั้นแรงงาน (blue collar) เรียนไม่จบมัธยม ถูกให้ออกเนื่องจากว่าบริษัทปรารถนาลดคน มานะทำธุรกิจแม้กระนั้นก็เจ๊ง เป็นหนี้หัวโต ครอบครัวแตกกัน
โจ
ซังอู No.218 (สวมบทบาทโดย พัคแฮซู) – ผู้แทนของบุคลากรที่ทำงาน (white collar) บ้านไม่มีฐานะนัก จบการศึกษามหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้า แล้วก็อยากหนีให้พ้นชีวิตของชนชั้นกลางแต่ว่าก็ล้มเหลว
อาลี No.199 (สวมบทบาทโดย อนุพัม ตรีขว้างคราว) – ผู้แทนของแรงงานต่างประเทศ ชนชั้นกรรมกรสุดในปีรามิด

เนื้อหาในบทความต่อไปนี้ มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องที่อาจส่งผลต่ออรรถรสในการชมได้

ทุกคนเสมอภาคในเกมนี้ ผู้เล่นทุกคนชิงชัยกันโดยความเป็นธรรม ภายใต้ข้อแม้เดียวกัน พวกเขาทรมาทรกรรมจากความไม่ทัดเทียมรวมทั้งการแบ่งแยกจากโลกด้านนอก พวกเราเปิดโอกาสในที่สุดที่จะต่อสู้อย่างเสมอภาคและก็เอาชนะดังเช่นว่าพวกเขา

มองดูโดยรวมโลกในเกมช่างมองเป็น ระบบประชาธิปไตย’ และก็เสมอภาคกว่าด้านนอกมากมาย มีกฏกล้วยๆเพียงแต่ ข้อเป็น ห้ามหยุดเล่นโดยพลการ ผู้เล่นที่ไม่ยินยอมเล่นเกมจะไม่เข้ารอบ และก็ จะสามารถจบเกมลงได้แม้ผู้เล่นเกินครึ่งยอม ไม่มีการบังคับให้สมัครเข้าเล่นเกม ทุกคนสวมชุดเช่นเดียวกัน ได้รับของกินเสมอกัน เล่นเกมภายใต้ข้อตกลงเดียวกัน แม้กระนั้นถ้าดูให้กว้างขึ้นจะมองเห็นความว่ามันเป็นความทัดเทียมเก๊ เพราะว่าขณะผู้เข้าร่วมแข่งขันกำลังเดินขึ้นบันไดไปปฏิบัติภารกิจของตัวเอง มีคนอีกกรุ๊ปได้ทางลัดขึ้นลิฟท์ไปอยู่เหนือพวกเขา ทั้งยังข้าราชการชุดชมพูที่ปิดหน้า ปฏิบัติภารกิจอย่างขมีขมันโดยห้ามมีความเห็น ‘ฟรอนท์แมน’ รอคุมกฏทุกๆสิ่งทุกๆอย่างและก็รายงานต่อ วีไอพี’ ที่รอมองอย่างสนุกโดยใช้คำว่า เปิดโอกาส’ เป็นการบังหน้า ในขณะที่ข้อเท็จจริงวิธีการทำแบบงี้ก็ไร้มนุษยธรรมไม่แตกต่างกับความของอันธพาลทวงหนี้เมื่อที่มา

ถ้าหากเปรียบเทียบผู้เข้าแข่งขันเป็นสามัญชน เจ้ากี้เจ้าการชุดชมพูรวมทั้งรอนท์แมนเป็นเมือง วีไอพีที่มาจากหลายชาติ ก็บางครั้งก็อาจจะสื่อถึงกรุ๊ปธุรกิจใหญ่หรือแชโบที่เกือบจะกล่าวได้ว่าถือครองประเทศในประเทศเกาหลีใต้และก็ทุนต่างประเทศจากประเทศมหาอำนาจที่รอชักใยทุกๆอย่างอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังในจุดที่สูงกว่าจนถึงผู้เข้าร่วมชิงได้เพียงแค่ภาวนาถึง สื่อผ่านการแต่งฉากให้เหมือนเป็นเครื่องหมายของสวนอีเดนในสรวงสวรรค์ต่างกับเมืองนรกที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันกำลังพบเจอ ตัวเกมเองก็เป็นการเสียดสีกฏหมายแล้วก็การใช้ชีวิตในสังคม อย่างเช่น

เกมเออีไอโอยู หยุด’ สื่อถึงการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด แม้กระนั้นก็หลบหลีกได้ถ้าหากว่าไม่มีใครกันแน่มองเห็น รวมทั้งสารนี้ถูกตอกย้ำซ้ำเติมเพิ่มขึ้นเมื่อพวกเรามองในภาษาประเทศเกาหลีที่เด็กน้อยจะกล่าวว่า ‘무궁화 꽃이 피었습니다’ หรือ ดอกมูกุงฮวาบานแล้วแทน เออีไอโอยู หยุด’ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นบทสำหรับพูดสำหรับเพื่อการละเล่นที่มีมายาวนาน แม้กระนั้นเมื่อดอกมูกุงฮวา ดอกไม้ประจำชาติของประเทศเกาหลีที่อยู่ในธงและก็เครื่องหมายของหน่วยงานราชการเข้ามาปรากฎในบริบทนี้ก็ยิ่งทำให้การเสียดสีอำนาจเมืองชัดมากกว่าเดิม

เกมน้ำตาลแผ่น แล้วก็เกมผ่านสะพานหิน บางทีอาจสื่อถึงสังคมที่ไม่มีพื้นที่ให้ข้อบกพร่อง รวมทั้งวิธีการทำพลาดแม้กระทั้งน้อยมากบางครั้งอาจจะจำเป็นต้องจ่ายด้วยชีวิต สะท้อนความเป็นประเทศที่มีแรงกดดันสูงจนถึงมีสถิติฆ่าตัวตายสูงเป็นชั้นต้นในทวีปเอเชีย แล้วก็ทางออกบางทีอาจอยู่ที่การใช้กลฉ้อฉลหรือรังแกผู้อื่น และก็เมื่อพวกเรานำนักแสดงกลุ่มนี้ไปไว้ภายในฉากที่เป็นผู้แทนของชีวิตจริงพวกเราจะเห็นภาพของชีวิตจริงที่หลบซ่อนเอาไว้ภายใน Squid Game

การฟอร์มกลุ่มเกมชักเย่อหรือลูกแก้วหญิงแล้วก็คนวัยชราจะถูกเลือกเป็นคนด้านหลังก็ชักชวนให้ระลึกถึงข่าวสารการเลือกจ้างแรงงานเพศชายมากยิ่งกว่า
การที่อาลีถูกเอารัดเอาเปรียบในเกมเนื่องจากว่าเป็นคนต่างด้าว ไม่มีความแตกต่างกับชีวิตจริงด้านนอกของอาลีรวมทั้งแรงงานต่างชาติทั้งโลก
กฏที่สุดจะแฟร์ก็มีรอยรั่วได้หากคุณส่งผลคุณประโยชน์ร่วมกับข้าราชการ สะท้อนถึงการใช้อำนาจในทางไม่ดี
ความเฉยของข้าราชการ ที่ปลดปล่อยให้คนไหนกันแน่ทำอะไรได้ตามใจถ้าไม่กำหนดเอาไว้ในกฏ แม้ว่าจะผิดศีลธรรมก็ตาม
การที่ โออิลนัม’ ผู้เข้าร่วมชิงเลข No.001 (สวมบทโดย โอยองซูเป็นคะแนนในที่สุดที่หมายกำหนดการจบการประลองในทีแรกและก็การเฉลยคำตอบว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการใช้เกมวัยเด็กของรุ่นผู้ที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สองส์มาเป็นตัววินิจฉัยชีวิตคนก็สื่อถึงประเทศที่ถูกวางระแบบแล้วก็ระบุชะตาโดยคนรุ่นนี้

ผู้เล่นที่เต็มใจเข้ามาเล่นเกมอีกทั้งโดยไม่มีผู้ใดบังคับ ในขณะที่รู้ดีว่าทุกๆอย่างเลวทรามเสมือนเมืองนรกเนื่องจากว่ามันดีมากกว่าคอยความตายอยู่ด้านนอก ก็ดังผู้ที่เข้ามาสู่ระบบทุนนิยมโดยความเต็มใจ ยอมกู้ยืม แลกเปลี่ยนร่างกายแล้วก็ความเป็นคนให้กับผู้ลงทุนรวมทั้งระบบที่กล่าวว่า หากเพียงแค่เอาอย่างข้อตกลง เอาชนะเกมได้ก็จะไปถึงเป้าหมายในชีวิต ในขณะที่ความเป็นจริงแล้ว มีเพียงแค่หนึ่งในหลายร้อยที่กำลังจะได้สัมผัสสิ่งนั้นภายหลังจากเพียรพยายามเจียนตาย ในขณะครั้งคนอีกกรุ๊ปไม่ต้องทำอะไรก็อยู่บนยอดปีรามิด

หลายข้อคิดเห็นอาจมองว่าเกมปลาหมึกในด่านท้ายที่สุดบางทีอาจไม่ตื่นเต้นสมเป็นจุดไคล์แมกซ์ของเรื่อง แม้กระนั้นความหมายที่แอบแฝงไว้นั้นเข้มข้นสมเป็นด่านในที่สุด โดยการให้ซองกีฮุนจากชนชั้นแรงงานเป็นฝ่ายบุก ที่จำต้องกระโจนขาเดียวไปจนกระทั่งเขาจะผ่าน คอปลาหมึก’ เขาก็เลยจะเดินสองขาได้เสมือนโจซังอูจากชนชั้นกลางที่รอตั้งรับรวมทั้งรักษาอาณาเขต และก็เขาจะชนะถ้าเกิดต่อสู้จนได้ไปยืนอยู่ที่ยอดของสามเหลี่ยมบนตัวปลาหมึก เป็นการสรุปการต่อสู้ของชนชั้นแรงงานที่อุตสาหะผ่านปัญหาและก็ความไม่ทัดเทียมของชนชั้นไปสู่จุดลากสุด ผ่านการละเล่นได้อย่างคมคาย แล้วก็ภาพของความชอบธรรมที่เกมสร้างไว้ก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ในฉากนั้นเอง

เรื่องใน Squid Game ก็เลยไม่ได้ต่างอะไรกับภาพชีวิตที่พวกเรามองเห็นทุกๆวันของคนเราที่กำลังต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ตอนที่ความเป็นจริงเขาบางทีก็อาจจะเป็นเพียงแค่ผู้เข้าร่วมแข่งขันในเกมที่ดีไซน์ไว้โดยคนเจนเนอร์เรชั่นก่อนซึ่งกำลังจะตายจากไป ทิ้งในคนรุ่นใหม่ติดอยู่ในเกมที่ถูกเล่นซ้ำไปไม่สิ้นสุด

รีวิวหนัง

No Comments

รีวิวหนังเข้าใหม่ LUCA

LUCA

รีวิวหนังเข้าใหม่ LUCA

LUCA

LUCA เรื่องราวของการเติบโต และมิตรภาพอันงดงาม
ภาพยนต์แอนนิเมชั่น LUCA ที่จริงแล้ว ควรโลดเล่นอยู่บนจอยักษ์ในโรงหนัง แต่กลับต้องมาในระบบสตรีมมิ่งออนไลน์ พร้อมกับการเปิดตัวของแอปพลิเคชั่น Disney+ ในประเทศไทยแทนอย่างน่าเสียดาย ด้วยสถานการณ์ของโรคระบาดในบ้านเราเอง ซึ่งตลอด 95 นาที ของหนัง มีเรื่องราวอันน่าค้นหามากมายหลบซ่อนอยู่ รอให้ผู้คนที่มีความฝัน ความทรงจำในวัยเด็ก มาค้นพบไปด้วยกัน

LUCA คือ ภาพยนต์แอนิเมชัน จากค่ายดังระดับโลกอย่าง Disney และ Pixar Animation Studio จากฝีมือการกำกับของ Enrico Casarosa ซึ่งเคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว โดย Enrico นำเอาความทรงจำของเขา ในวัยเด็กมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานอัดงดงามชิ้นนี้ ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก ดูหนังออนไลน์ ได้ที่

ตัวภาพยนต์ได้เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักอย่าง LUCA เด็กหนุ่มที่ถูกมนุษย์ขนานนามว่าเป็น “ปีศาจทะเล” มีชีวิตอันเรียบง่ายกับครอบครัว ภายใต้ท้องทะเล แถบเมืองชายฝั่งทะเลปอร์โตรอสโซ ประเทศอิตาลี และ Alberto เด็กหนุ่มปีศาจทะเล ในวัยใกล้เคียงกัน แต่ใช้ชีวิตอย่างโลดโผนบนแผ่นดินใกล้กับเมืองนี้เอง เรื่องราวของเด็ก ๆ ทั้ง 3 จะเป็นอย่างไรนั้น เราจะพาทุกท่านเข้าสู่โลกของลูก้า

เรื่องย่อ LUCA

ย้อนกลับไปในช่วงฤดูร้อนยุค 50เรื่องราวของ LUCA เกิดขึ้น ณ ท้องทะเลที่มีชื่อเรียกว่า อิตาเลียน ริเวียร่า (Italian Riviera) แถบเมืองชายทะเล ในประเทศอิตาลี ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่บ้านขนาดเล็ก กระจายอยู่ตามชายฝั่ง บรรยากาศของเมืองเต็มไปด้วยความอบอุ่น น่ารักของผู้คนที่มีวิถีแห่งชาวประมงในยุคนั้น ด้วยสีสันของอาคาร บ้านของคนที่อยู่ชายฝั่ง ตัดกับท้องฟ้าที่แสนสดใส ประกอบกับเสียงดนตรีที่ชวนให้รู้สึกว่า นี่คือเมืองอันทรงเสน่ห์ในอิตาลีจริงๆ ตลอดทั้งเรื่องจึงส่งให้เรารู้สึกเต็มอิ่มตลอดทั้งเรื่อง

เมือง Portorosso คือเมืองที่ถูกเอ่ยถึงในภาพยนต์ ซึ่งมีเรื่องเล่าที่เป็นตำนานความเชื่ออยู่คู่กับเมืองนี้ เกี่ยวกับ “ปีศาจทะเล” สัตว์ประหลาด ลักษณะคล้ายเงือก ผิวหนังเป็นเกล็ด และหายใจด้วยเหงือก ที่อาศัยอยู่ใต้ผืนน้ำของเมืองแห่งนี้ โดยความเชื่อของมนุษย์เล่ากันว่า เหล่าปีศาจทะเลนั้น มีความร้ายกาจเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นมีกลุ่มคนที่เรียกได้ว่ามีการ ล่าปีศาจทะเล ในขณะเดียวกันในหมู่ชาวใต้น้ำเอง ก็ขนานนามมนุษย์ที่อยู่บนบกว่า “ปีศาจบก” ซึ่งเต็มไปด้วยความอันตรายต่อชีวิจของชาวใต้น้ำเป็นอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ทำให้โลกทั้ง 2 ใบนี้ เชื่อมเข้าหากัน

เนื้อเรื่อง

LUCA เด็กชายที่ดูเรียบร้อย ขี้อาย ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวใต้ทะเล เขาถูกปลูกฝังมาว่ามนุษย์ คือ ปีศาจบก ที่ไม่ควรเข้าใกล้ แน่นอนว่าเขาถูกคุณแม่ และคุณพ่อ ห้ามไม่ให้ขึ้นเหนือน้ำ อย่างเด็ดขาด เขาจึงมีชีวิตประจำวันอยู่กับการต้อนฝูงปลาไปเลี้ยงตามแนวสาหร่ายใต้ทะเล (ทำนองเดียวกับกับเด็กเลี้ยงแกะในฟาร์ม) มีแค่คุณยายที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้แย้งอะไรกับคนในครอบครัวมากนัก

วันเวลาได้พาลูกก้าให้บังเอิญได้พบกับ Alberto ปีศาจทะเลหนุ่มน้อยในวัยเดียวกันกับตัวเขาเอง แต่มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะตัว Alberto นั้น ใช้ชีวิตโลดแล่นทั้งบนบก และใต้น้ำ ซึ่งตัวละครนี้นี่เอง เป็นผู้ดึงลูก้าขึ้นจากน้ำ และพาเที่ยวบนเกาะของเขา ซึ่งเขาอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ได้เริ่มพาลูก้าไปพจญภัย ค้นพบโลกบนบก ที่พวกเขาแทบไม่เคยสัมผัสจริงๆ มาก่อน ว่าน่าสนใจ ชวนให้ค้นหามากขนาดไหน

โลกใหม่บนบกของปีศาจทะเล โดยเฉพาะลูก้า ที่เพิ่งทราบเป็นครั้งแรกในชีวิตว่า เมื่อพวกเขาอยู่บนบก ร่างกายจะกลับกลายเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ความรู้สึกถูกปลดปล่อยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แล้วค้นพบกับสิ่งแปลกใหม่ในทุกๆ วัน แม้ต้องแหกกฎที่พ่อแม่ห้ามเอาไว้ ทำให้เข้าสู่ช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้สนุกด้วยกันทุกวัน แต่เมื่อพวกเขาอยู่บนบก มีเพียงข้อแม้เดียวเท่านั้นที่ต้องระวังตัวอย่างที่สุด นั่นคือ ห้ามโดนน้ำเด็ดขาด เพราะเมื่อไรที่โดนน้ำ แม้เพียงเล็กน้อย เข้าจะกลับกลายไปเป็นปีศาจทะเลอีกครั้งทันที

ที่มา : CUBBYMOVIE